มาท่องเที่ยวเวียดนามหรือมาวางแผนท่องเที่ยวกับทัวร์เวียดนาม เวียดนามถือว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านกับไทยมานาน เวียดนามมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายก่ายกองที่ธรรมชาติและสวย แล้วยังมีสถานที่เที่ยวที่เป็นมรดกโลกหลายแห่งด้วย แถมยังเดินทางสะดวกเพราะว่าอยู่ใกล้ๆไทยพวกเราเองอีกด้วย วันนี้พวกเราจึงอยากมาเสนอแนะสถานที่ท่องเที่ยวของเวียดนามกัน ว่ามีที่แห่งไหนน่าท่องเที่ยวน่าสนใจกันบ้างสถานที่น่าท่องเที่ยวในเวียดนาม1. อุโมงค์กู๋จีอุโมงค์นี้เป็นอุโมงค์ตั้งแต่ยุคการสู้รบเวียดนามที่ใช้เป็นที่กำบังภัยจากระเบิด และเป็นห้องประชุมกองกำลังเวียงกงในสมัยที่รบกับประเทศสหรัฐอเมริกา ในอุโมงค์นี้ถูกผลิตขึ้นให้มีชั้นซึ่งในแต่ละชั้นนั้นจะมีระบบระเบียบกรองอากาศที่ดี โน่นก็เพื่อจำเป็นต้องทำให้ทหารอยู่รอดในนี้ให้ได้ ซึ่งด้านในอุโมงค์นี้จะมีหลากหลายห้องไม่ว่าจะเป็น ห้องโรงพยาบาล ห้องที่ใช้สำหรับการประชุม และก็ห้องนอน แนะนำว่าหากจะมาท่องเที่ยวเมืองนี้ให้ลองไปดูหนังสั้นที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการทำศึกเวียดนามก่อน นั่นก็เพื่อจะได้รู้เรื่องความเป็นมาอุโมงค์นี้มากยิ่งขึ้น2. พระราชสำนักทังลองวังที่นี้สร้างด้วยหินทั้งสิ้น เป็นทรัพย์สมบัติของราชวงค์ Ho และถูกผลิตขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1379 แต่ในปัจจุบันเหลือแค่องค์ประกอบให้เห็นเพียงแค่นั้น แถมที่นี้ยังได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม โน่นก็เนื่องจากราชวังที่นี้เป็นที่เดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ แถมราชวังหินยังมีความเป็นมาทางประวัติศาตร์อย่างช้านาน3. เมืองเก่าฮอยอันเมืองเก่าฮอยอันเป็นเมืองขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลจีนใต้ ที่นี่ชาวบ้านยังคงมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม มีพิพิธภัฌฑ์อยู่หลายแห่งที่ได้จัดถึงที่ไปที่มาของประวัติศาสตร์แล้วก็วัฒนธรรม นี่นี้ยังมีอาคารที่สะท้อนให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมทั้งยังตะวันตกและก็ตะวันออก ไม่ว่าจะเป็น บ้านแบบจีน สะพานในรูปแบบของญี่ปุ่น แม้กระนั้นในยามดึกดื่นข้างหลังสี่ทุ่มขึ้นไปที่นี้จะค่อยข้างเงียบ แม้กระนั้นก็ยังมีร้านเครื่องดื่มเปิดให้บริการอยู่นิกหน่อย ที่สำคัญคนที่นี้ใจดี อัธยาศัยดี รวมทั้งมีความเป็นมิตรเอามากๆ4. อ่าวฮาทดลองเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังมีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก จนยูเนสโก้จำเป็นต้องชูให้เป็นมรดกโลก อ่าวนี้อยู่ทางภาคเหนือของวียดนามนับว่าอยู่ไม่ห่างจากอาณาเขตของจีนเท่าไรนัก อ่าวฮาทดลองนี้ก็ยังมีเกาะหินปูนโผล่ขึ้นกระจัดกระจายทั่วอ่าวที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 1,500 ตารางกิโลเมตร แถมยังได้รับคำชื่นชมเยอะแยะจากนักเดินทางหลายคนเลยว่า ที่นี้มีบรรยากาศที่สวยกระทั่งเหมือนหลุดออกมาจากหนังอย่างยิ่งจริงๆ5. หลุมฝังศพโฮจิมินห์เป็นป่าช้าที่ตั้งอยู่เมืองฮานอยที่มีโรงแก้วใส่ร่างของโฮจิมินห์ หรืออดีตนายกฯและประธานาธิบดีที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามอยู่ คนเวียดนามชอบเรียกชื่อว่าลุงโฮกัน มีรูปแบบสถาปัตยกรรมนั้นได้เอาแบบมาจาก วลาดีมีร์ เลนิน ในประเทศรัสเซีย และในทุกๆปีร่างของลุงโฮจะถูกส่งไปกับสอบความสมบูรณ์ที่รัสเซียด้วย ซึ่งที่นี่เปิดให้มหาชนมาเข้าชมครั้งแรกเมื่อปีพศาสตราจารย์ 1975
Category Archives: ท่องเที่ยว
เที่่ยวเวียดนาม มัธยัสถ์ งบประมาณน้อยๆก็ไปได้
การท่องเที่ยวเวียดนามแปลงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนประเทศไทยไปกันเยอะแยะที่สุด นั่นก็เพราะอยู่ไม่ไกลมีทัวร์เวียดนามในราคาค่อยกับกระเป๋า แถมค่าครองชีพสำหรับในการกินการเที่ยวก็ไม่หนักกระทั่งเหลือเกินอีกด้วย วันนี้พวกเราจะพามาดูสถานที่น่าท่องเที่ยวของเวียดนาม ที่บอกได้เลยว่าจำต้องถูกใจพวกคุณแน่ๆ เอาละมีที่เที่ยวไหนบ้างมาดูกัน1. ดานัง (Danang)เป็นอดีตหมู่บ้านของชาวตังเกแล้วก็เป็นเมืองท่าสำคัญ ดานังมีความมากมายหลายของสถานที่เที่ยวสูงที่สุดในเวียดนามกลาง เพราะเหตุว่ามีอีกทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์มีริมน้ำที่ขึ้นชื่อและก็มีทิวทัศน์ที่สวย2. บาน่า ฮิลล์ (BaNa Hill)กาลครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นที่พักของนักล่าอาณานิคมชาวประเทศฝรั่งเศส ในขณะนี้ในตอนนี้ได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นอพาร์เม้นท์และก็อพาร์เม้นท์เพื่อรองรับนักเดินทาง ถึงที่นี่นั้นจะต้องขึ้นกระเช้าไฟฟ้าและกระเช้าไฟฟ้าของที่นี่เยอะที่สุดในโลกจึงสามารถแลเห็นผืนป่าน้ำตกและก็ลำน้ำต่างๆได้ รวมทั้งที่เที่ยวสำคัญของตรงนี้มันก็คือสะพานที่มีอุ้งมือยักษ์อุ้มสะพานไม้เอาไว้3. ฮอยอัน (Hoi An)ลอตเตอรี่อั้นหรืออ่านตามสำเนียงของเวียดนามว่าโฮยอาน เป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ทางตรงกลางของประเทศเวียดนาม มีเอกลักษณ์ที่ไม่เสมือนที่แหน่งใดในโลกโน่นจึงทำให้เมื่อปี 2542 หน่วยงานยูเนสโกได้ขึ้นบัญชีตรงนี้ให้เป็นเมืองเก่าที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ที่มีการประสมประสานศิลปะรวมทั้งสถาปัตยกรรมทั้งยังของเขตแดน แล้วก็ของฝรั่งไว้ได้อย่างมีเอกลักษณ์จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นเปลี่ยนเป็นมรดกโลก4. ดาลัด (Da Lat)เป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ท่ามกลางซอกเขาและมีอากาศหนาวเย็นตลอดปี ตึกรวมทั้งอาคารของที่นี่ถูกวางแบบในสไตล์ยุโรปมีแม่น้ำอยู่กลางเมือง มีทุ่งดอกไม้มากมายสีมีน้ำตกรวมทั้งมีลานศิลปะและอื่นๆอีกมากมาย โน่นก็เลยทำให้ที่นี่มีบรรยากาศราวกับสวิตเซอร์แลนด์ที่มีบรรยากาศที่โรแมนติกไม่แพ้กัน5. เกาะฟูโกว๊ก (Phu Quoc Island)เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ มีทรายชายหาดที่ยาว 7 กม. ทรายที่นี่ขาวสะอาดและนุ่มละเอียดมาก แถมประชาชนตรงนี้ก็ยังคงใช้วิถีชีวิตแบบเริ่มแรกอีกด้วย6. ถ้ำฟองญา (Phong Nha Caves)ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติฟองญา ในตัวถ้ำอุดมไปด้วยหินปูนที่แก่มากกว่า 400 ล้านกว่าปี เป็นภาพที่ได้รับการสรรเสริญว่ามีความเป็นที่สุดอยู่ 7 อย่าง เป็น– มีน้ำในถ้ำที่ยาวที่สุด– มีปากถ้ำที่กว้างและก็เยอะที่สุด– มีเนินทรายและหินใต้น้ำที่งามที่สุด– มีทะเลสาบน้ำจืดในถ้ำที่งามที่สุด– มีหินงอกหินย้อยรูปทรงต่างๆที่สวยที่สุด– มีลำธารลอดภูเขายาวที่สุด– รวมทั้งมีถ้ำที่กว้างและงามที่สุด7. ซาปา (Sa Pa)ซาขว้างเป็นเมืองเล็กๆที่อยู่กึ่งกลางช่องเขาตั้งอยู่บนระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 1650 เมตร จึงทำให้ตรงนี้มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปีและก็มีอากาศที่ดีสงบเงียบ เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการนำครอบครัวมาพัก สมบูรณ์บริบูรณ์ไปด้วยความสวยที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติแล้วก็มนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเทือกเขาที่ซับซ้อนแล้วก็หน้าบันไดที่เอนตัวอย่างสวยงามมองเห็นขนาดนี้แล้วคุณจะไม่ต้องการที่จะไปท่องเที่ยวสักหน่อยหรอ รับประกันว่าถ้าเกิดคุณได้ไปเวียดนามแล้วละก็ คุณจำเป็นที่จะต้องชอบใจอย่างแน่แท้
สิ่งที่ต้องระวัง เมื่อท่องเที่ยวเวียดนาม
มีคนเยอะแยะที่เข้าไปท่องเที่ยวเวียดนามหรือบางบุคคลก็บางครั้งก็อาจจะไปกับทัวร์เวียดนาม ซึ่งถือว่าประเทศนี้เป็นที่นิยมจากคนไทยมากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความสวยทางธรรมชาติและก็สถานที่เที่ยวที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อยู่มากมายก่ายกอง ถึงเวียดนามจะเป็นเมืองที่มีความงดงามรวมทั้งน่าท่องเที่ยว แต่จดจำไว้ว่าไม่ว่าที่แหน่งใดก็มีเรื่องมีราวที่จำต้องให้รักษาตัวอยู่ตลอด ช่วงนี้พวกเราจะมากล่าวถึงในเรื่องของสิ่งที่ต้องระวังเมื่อไปท่องเที่ยวที่เวียดนามข้อระวัง1.รถแท็กซี่ชาวไทยบางทีอาจจะเคยเห็นเป็นประจำว่าแท็กซี่ในไทยนั้นชอบทุจริตค่าใช้จ่ายในการใช้โดยสาร หรือถูกใจเหลือตังค์ทอนเป็นเศษๆนั้นก็เพื่อที่จะได้ฮุบเงิน เรื่องอย่างงี้แม้แต่ที่เวียดนามก็มีเหมือนกันเพราะเหตุว่าผู้ขับบางบุคคลเมื่อพวกเราถึงที่หมายแล้ว จะทอนเงินไม่ครบและอ้างว่าขาดเงินทอน มันก็กลายเป็นว่าคนขับนั้นได้ตังค์แบบสบายๆแม้กระนั้นในประเด็นนี้พวกเรามีวิธีแก้อยู่ก็คือจำเป็นต้องซื้อเอาเงินทอนจากผู้ขับให้ได้ นั่งรออยู่บนรถยนต์นั่นแหละโน่นก็เพื่อทำให้เห็นว่าพวกเราไม่ยอมให้เขาทุจริต สักครู่ครู่หนึ่งถ้าเกิดเขารำคาญเขาก็จะถอนพวกเราไปเอง แต่ในกรณีนี้ใช้ได้กับแท็กซี่บางครั้งบางคราวเพียงแค่นั้น เนื่องจากถ้าเกิดพบคนขับละโมบแถมพูดจาไม่รู้เรื่องอีกก็คงจะต้องทำใจแล้วล่ะ2. ชื้อของ ที่ติดป้ายชัดเจนคุณจะต้องจ่ายตลาดที่แพงป้ายติดกระจ่างเพื่อหลีกเลี่ยงการคดโกงราคา เพราะว่าบางทีจ่ายตลาดชิ้นเดียวกันประเภทเดียวกันแล้วยังในร้านเดียวกันอีกแต่คนขายก็ระบุราคาต่างกัน โดยเหตุนี้อย่าไปซื้อกับร้านค้าที่ไม่มีป้ายติดราคา แต่ถ้าเกิดหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็จะต้องเพียรพยายามต่อราคาให้ลงมากที่สุด3. รับประทานอาหารที่นี่ ไม่มีน้ำฟรีเป็นเรื่องที่ไม่เหมือนกับบ้านเรา ร้านอาหารทั่วๆไปในบ้านเรานั้นไม่ว่าจะข้างตอกตรอกหน้าหมู่บ้าน หรือส่วนไหนหรือที่ไหนก็ตามส่วนมากแล้วจะมีบริการกินน้ำให้กับลูกค้าอยู่ตลอด แต่ว่าที่เวียดนามนั้นถ้าหากไม่สั่งน้ำเขาก็ไม่มาส่งให้ เพราะว่าผู้ที่นี่จำนวนมากนิยมกินน้ำชามากกว่านั่นเอง แม้กระนั้นถ้าหากว่าสั่งน้ำกินทางร้านก็จะเอาน้ำดื่มมาขายให้เป็นขวด4. ระวังเงินหายไม่ว่าที่ไหนๆก็ย่อมมีโจร จำต้องบอกนะว่าประเทศเวียดนามนี่ขึ้นชื่อที่ 1 ในเรื่องของมือไวสำหรับในการล้วงเงินทองนักเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านชุมชนที่มีคนจอแจก็ยิ่งเป็นจุดที่จะลงมือล้วงกระเป๋าได้อย่างสะดวก ด้วยเหตุนี้คุณจำเป็นจะต้องเก็บของที่มีค่าไว้ตู้นิรภัยแรมหรือหากจำเป็นต้องเอาออกมาด้วยข้อควรจะเก็บเอาไว้กับตัวให้อยู่ข้างหน้าอย่างมิดชิด และก็คุณจึงควรดูความประพฤติปฏิบัติของผู้คนรอบกายอยู่ตลอดโดยเฉพาะคนที่แอบเนียนเข้ามาอยู่ใกล้ๆพวกเรานั่นเอง คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : แพคเกจทัวร์เวียดนาม
พักผ่อนหย่อนใจกับ มุยเน่ เมืองชายทะเลสุดได้รับความนิยมของเวียดนาม
ถ้าจะหาสถานที่เที่ยวเวียดนามหรือทัวร์เวียดนามในบรรยากาศดีๆละก็ ขอชี้แนะ มุยเน่ ริมหาดและก็ทะเลทรายที่ใหญ่เป็นลำดับแรกๆของเอเซียอาคเนย์ รวมทั้งลือชื่อในเรื่องของเมืองพักผ่อนที่มีชื่อแห่งหนึ่งประเทศเวียดนามเลยทีเดียวเมืองมุยเน่เป็นเมืองที่เป็นที่รู้จักในเรื่องของชายหาดที่สวยงามและก็เงียบสงบ บริเวณหาดนั้นยาวโดยประมาณ 10 กิโลเมตรและก็ตรงริมหาดจะเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวเยอะมาก ราษฎรที่นี่มีอาชีพหลักสำหรับเพื่อการทำประมงซึ่งมีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย และที่ทำให้ตรงนี้กลายเป็นบ้านพักอากาศในฝันนั่นก็เพราะ เมืองมุยเน่มีบรรยากาศที่ดี มีบังกะโลมีรีสอร์ทมาก รวมทั้งมีของกินที่อร่อย และก็มีบรรยากาศสุดโรแมนติกนั่นเอง นั่นก็เลยทำให้นักเดินทางเยอะมากเข้ามาพักเข้ามาท่องเที่ยวกันมากมายก่ายกอง เนื่องจากว่ามีพื้นที่ที่โดดเด่นแล้วก็ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเล สิ่งที่เลื่องลือและก็เป็นที่รู้จักกันเยอะที่สุดมันก็คือเนินทรายที่กระจายตัวอยู่รอบเมืองมุยเน่ ซึ่งจะมีเฉดสีที่แตกต่างถึง 18 สีรวมทั้งทะเลทรายที่มีชื่อสูงที่สุดก็คือเนินทรายแดงแล้วก็เนินทรายขาว1. เนินทรายแดงครอบคลุมพื้นที่ราวๆ 50 เอเคอร์ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส เป็นเนินทรายที่มีขนาดใหญ่ยาวตั้งแต่ริมฝั่งทะเลเข้าไปถึงตัวแผ่นดิน ในขณะที่เหมาะสมสำหรับการเที่ยวชมก็คือช่วงเช้าหรือหลังจาก 15.00 นเป็นต้นไป ด้วยเหตุว่าเดี๋ยวนี้กระแสลมจะไม่แรงและจะไม่รู้สึกร้อนมาก2. เนินทรายขาวอยู่ทางเหนือของเมืองมุยเน่ที่ห่างไปราวๆ 20 กิโลเมตร มีทะเลสาบที่ประชิดกับด้านข้างของเนินทรายทำให้มีลวดลายที่งาม ทะเลสาบนี้มีพื้นที่ครอบคลุมมากถึง 70 เอเคอร์โดยประมาณ 500 เมตรแล้วก็ลึกโดยประมาณ 19 เมตร ข้างในทะเลสาบนั้นเต็มไปด้วยดอกบัวที่มีนานัปการสีสันน้ำมีความใสสะอาด ถึงขึ้นชื่อว่าทะเลสาบแต่ว่าน้ำในทะเลสาบนั้นก็มีความเย็นช่ำเอามากๆและก็สามารถเช่าเรือพายไปรอบๆสมุทรสาปได้หรือจะเดินเล่นรอบๆรอบทะเลสาบก็ได้แบบเดียวกันนอกเหนือจากเนินทรายขาวแล้วก็เนินทรายแดงทั้งสองนี้แล้ว เมืองมุยเน่ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดอีกเยอะมาก ได้แก่ แฟรี่ สตรีม ทรายที่ถูกกัดกร่อนโดยสายธารเล็กๆจนกระทั่งทำให้เห็นชั้นของทรายที่มีสีแตกต่างและมีลักษณะที่ประหลาดตางาม หรือพระราชวังหินที่ผลิตขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 9 ฯลฯการเดินทาง– นั่งเรือบินไปลงที่เมืองโฮจิมินห์– แล้วต่อรถขึ้นรถประจำทางไปยังเมืองมุยเน่– ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมงแนะนำว่าควรจะมีเวลาอย่างน้อย 2 วัน สำหรับการไปเยี่ยมมุยเน่ เนื่องจากว่าจะก่อให้ได้เที่ยวรวมทั้งสัมผัสกับเมืองมุยเน่ได้อย่างอิ่มอกอิ่มใจเมืองมุยเน่เป็นสถานที่เที่ยวสำหรับผู้ที่อยากได้มาพักผ่อนหย่อนใจ หรือมาชาร์จแบตให้กับตนเองให้เต็มแล้วกลับไปดำเนินการใหม่ แถมการมาท่องเที่ยวเมืองเมืองมุยเน่นั้นคุณจะได้มองเห็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่มีความสวยสดงดงามแล้วก็บรรยากาศดีๆ ที่คุณไม่บางทีอาจลืมลง
ท่องเที่ยว ฮอยอัน เมืองมรดกโลกที่คุณห้ามพลาด!!
มีคนไหนต้องการจะมาท่องเที่ยวเวียดนามกันบ้างยกมือขึ้น!! ไม่ว่าใครจะมาท่องเที่ยวคนเดียวหรือมาเที่ยวกับทัวร์เวียดนาม วันนี้เรามีเมืองเมืองหนึ่งของเวียดนามที่เป็นมรดกโลก ที่อยากจะมาแนะนำให้เพื่อนๆได้ลองเที่ยวดู มันก็คือ “ฮอยอัน” ที่เป็นเมืองมรดกโลกด้านวัฒนธรรม พูดได้เต็มปสกเลยว่าเป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์จริงๆไม่ว่าจะเป็นอาคารเก่าสไตล์วัวโลเนียลหรือวิถีความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายของคนกรุงก็ตาม วันนี้พวกเราได้เก็บสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าท่องเที่ยวน่าดึงดูดในฮอยอัน ที่ถ้าหากคุณไปเมืองนี้แล้วรับประกันว่าคุณควรต้องต้องการไปอีกเป็นครั้งที่สองแน่ที่น่าท่องเที่ยวในเมืองฮอยอัน1. สะพานประเทศญี่ปุ่นเป็นสะพานข้ามคลองที่แบ่งเขตชุมชนระหว่างคนญี่ปุ่นชาวจีน กล่าวได้ว่าเป็นสะพานที่เชื่อมเขตชุมชนระหว่างชาวจีนรวมทั้งคนญี่ปุ่นซึ่งสามารถไปมาหาสู่กันเพื่อค้าขายขาย ความสวยงามของสะพานแห่งนี้ก็คือมีหลังคาอยู่ข้างบนและมีรูปปั้นหมาและก็ดินอยู่ที่เชิงสะพาน ผู้ใดกันที่มาตรงนี้จะประสบพบเห็นบ้านเรือนสไตล์ประเทศญี่ปุ่นแท้ๆและมีร้านน่ารักน่าเอ็นดูๆให้ได้เลือกซื้อของกันอย่างเพลิดเพลินใจ2. สโมสรฟุกเกี๋ยนที่นี่มีสถาปัตยกรรมที่หรูหราของสมาคมจีนที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาชมรมจีนอีก 5 ที่ในเมืองฮอยอัน เป็นศูนย์ของชาวจีนที่อพยพมาจากที่อื่น ลักษณะเด่นแล้วก็ความงามของสัมพันธ์ฟุกเกี๋ยนอยู่ที่อาคารไม้แกะรอบรอบๆเต็มไปด้วยร้านรวงขายสินค้าที่ทำด้วยมือ เช่น งานแกะสลัก โคมผ้าไหม รวมทั้งภาพวาดที่สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวฮอยอัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึกได้ นั่นเอง3. ชมรมชาวจีนกวางตุ้งเป็นสถานที่ที่ชาวจีนสร้างไว้เพื่อพบปะคบหาสมาคมรวมถึงใช้เป็นที่บูชาบรรพบุรุษของตนเองด้วย สถาปัตยกรรมของตึกนั้นตกแต่งเป็นด้วยรูปปั้นมังกรและก็สิงโตที่ประดับประดาตามซุ้มประตูต่างๆและรอบรอบๆน้ำพุ ข้างในอาคารมีแท่นบูชาที่อุทิศให้กับนายพล Quan Cong ซึ่งเป็นที่รักและก็เป็นที่นับถือในสมัยสามก๊ก และก็ทำเพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่ความจงรักภักดีความซื่อสัตย์แล้วก็ความเป็นธรรม4. บ้านเลขที่ 101บนถนนหนทางเส้นนี้มีบ้านให้เลือกเข้าชมอยู่ 3 ข้างหลังแต่ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือบ้านเลขที่ 101 ซึ่งเป็นบ้านประจำเชื้อสายของ Tan Ky บ้านที่นี้มีความสะดุดตาตรงที่ทั้งบ้านนั้นเป็นไม้อีกทั้งข้างหลังและไม่มีหน้าต่าง เหนือบานประตูจะมีสัญลักษณ์หยินหยาง จะมีการจัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนได้อย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ ห้องสมุด ห้องรับแขก และห้องครัวเป็นอย่างไรกันบ้างกับสถานที่ท่องเที่ยวฮอยอันที่เป็นเมืองแห่งมรดกของโลก ซึ่งในฮอยอันนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีตทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่ยังมีชีวติอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถานบ้านเรือนและก็ยังรวมทั้งผู้คนที่ยังอาศัยอยู่ที่นี่ ไม่แปลกใจเลยว่าเพราะเหตุไรตรงนี้ถึงได้รับฉายาว่าเป็นเมืองมรดกโลกที่ยังมีลมหายใจ คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : แพคเกจทัวร์เวียดนาม
สิ่งที่ต้องระวัง เมื่อท่องเที่ยวเวียดนาม
มีคนมากที่เข้าไปท่องเที่ยวเวียดนามหรือบางบุคคลก็บางครั้งอาจจะไปกับทัวร์เวียดนาม ซึ่งถือว่าประเทศนี้ได้รับความนิยมจากชาวไทยมากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความสวยสดงดงามทางธรรมชาติและก็สถานที่ท่องเที่ยวที่มีเรื่องมีราวราวทางประวัติศาสตร์อยู่ล้นหลาม ถึงเวียดนามจะเป็นเมืองที่มีความสวยแล้วก็น่าท่องเที่ยว แต่ว่าจำไว้ว่าไม่ว่าที่ใดก็มีเรื่องที่ต้องให้รักษาตัวอยู่เป็นประจำ ขณะนี้เราจะมาเอ๋ยถึงในเรื่องของสิ่งที่ต้องระมัดระวังเมื่อไปท่องเที่ยวที่เวียดนามข้อระวัง1.รถแท็กซี่คนประเทศไทยบางทีก็อาจจะเคยเห็นเป็นประจำว่าแท็กซี่ในไทยนั้นชอบทุจริตค่าใช้จ่ายสำหรับโดยสาร หรือชอบเหลือตังค์ทอนเป็นเศษๆนั้นก็เพื่อได้ฮุบเงิน เรื่องแบบนี้แม้แต่ที่เวียดนามก็มีเหมือนกันเพราะคนขับบางบุคคลเมื่อเราถึงที่หมายแล้ว จะทอนเงินไม่ครบและก็อ้างถึงว่าขาดเงินทอน มันก็กลายเป็นว่าผู้ขับนั้นได้ตังค์แบบสบายๆแต่ในหัวข้อนี้พวกเรามีวิธีแก้อยู่ก็คือจำต้องซื้อเอาเงินทอนจากผู้ขับให้ได้ นั่งรออยู่บนรถยนต์นั่นแหละโน่นก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราไม่ยินยอมให้เขาคดโกง สักครู่สักพักถ้าเขาหงุดหงิดรำคาญเขาก็จะถอนเราไปเอง แม้กระนั้นในกรณีนี้ใช้ได้กับแท็กซี่ครั้งคราวเพียงแค่นั้น เพราะถ้าหากเจอผู้ขับขี้งกแถมพูดจาไม่รู้เรื่องอีกก็คงจะต้องทำใจแล้วล่ะ2. ชื้อของ ที่ขึ้นป้ายเด่นชัดคุณจะต้องจับจ่ายซื้อของที่มีราคาป้ายติดชัดแจ้งเพื่อหลีกเลี่ยงการคดโกงราคา เนื่องจากว่าบางคราวจับจ่ายซื้อของชิ้นเดียวกันประเภทเดียวกันแล้วยังในร้านค้าเดียวกันอีกแต่ว่าผู้ขายก็ระบุราคาแตกต่าง ด้วยเหตุนี้อย่าไปซื้อกับร้านค้าที่ไม่มีป้ายติดราคา แม้กระนั้นถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็จำต้องเพียรพยายามต่อรองราคาให้ลงมากที่สุด3. ทานอาหารที่นี่ ไม่มีน้ำฟรีเป็นเรื่องที่ต่างจากบ้านพวกเรา ร้านอาหารทั่วไปในบ้านพวกเรานั้นไม่ว่าจะข้างตอกซอยหน้าหมู่บ้าน หรือส่วนไหนหรือที่ไหนก็แล้วแต่จำนวนมากแล้วจะมีบริการกินน้ำให้กับลูกค้าอยู่ตลอด แต่ที่เวียดนามนั้นถ้าไม่สั่งน้ำเขาก็ไม่มาส่งให้ เนื่องจากผู้ที่นี่ส่วนใหญ่นิยมดื่มน้ำชามากกว่านั่นเอง แต่ว่าหากว่าสั่งน้ำดื่มทางร้านก็จะเอาน้ำดื่มมาขายให้เป็นขวด4. ระวังเงินหายไม่ว่าที่ไหนๆก็ย่อมมีมิจฉาชีพ จำต้องบอกนะว่าประเทศเวียดนามนี่ขึ้นชื่อลือชาที่ 1 ในเรื่องของมือไวในการล้วงสินทรัพย์นักเดินทาง โดยยิ่งไปกว่านั้นในย่านชุมชนที่มีคนคับคั่งก็ยิ่งเป็นจุดที่จะลงมือล้วงกระเป๋าได้อย่างสะดวก ด้วยเหตุผลดังกล่าวคุณจะต้องเก็บของที่มีค่าไว้ตู้เซฟแรมหรือถ้าจึงควรคัดแยกออกมาด้วยข้อควรจะเก็บเอาไว้กับตัวให้อยู่ข้างหน้าอย่างมิดชิด แล้วก็คุณจึงควรสังเกตการกระทำของคนเรารอบกายอยู่เสมอโดยเฉพาะผู้ที่แอบเนียนเข้ามาอยู่ใกล้ๆเรานั่นเอง
4 สถานท่องเที่ยวที่เหมาะสมที่สุดของกรุงฮานอย บอกเลยจำเป็นต้องมาให้ได้!
ใครกันแน่ที่ต้องการจะมาท่องเที่ยวเวียดนามหรือบางบุคคลบางครั้งอาจจะมากับทัวร์เวียดนาม วันนี้จะมาขอนำเสนอสถานที่น่าท่องเที่ยวในกรุงฮานอยประเทศเวียดนาม ด้วยเหตุว่าบางบุคคลอาจจะไม่รู้ว่ามีที่น่าเที่ยวที่แห่งไหนบ้างในเวียดนามที่น่าไป หรือบางคนบางครั้งก็อาจจะกำลังหาอยู่ว่ามีที่แห่งไหนบ้างนะที่น่าดึงดูดที่ท่องเที่ยว เนื่องจากว่าต้องเข้าใจว่าพวกเราไปเที่ยวทั้งทีก็ต้องการท่องเที่ยวที่สนุกๆใช่ไหมละขา แถมเวลาที่ท่องเที่ยวก็มีไม่กี่วันด้วยฮานอยเป็นเมืองหลวงดั้งเดิมของประเทศเวียดนามที่แก่มากยิ่งกว่าพันปี ฮานอยเป็นเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากที่ยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวที่ติดอกติดใจในเรื่องของสถาปัตยกรรมรวมทั้งรวมทั้งศิลป์วัฒนธรรมแบบดั้งเดิม จะพูดว่าการเดินทางมาฮานอยนั้นสะดวกมากมายๆไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถประจำทางหรือเครื่องบิน ในวันนี้พวกเราจะขอพวกคุณทุกคนไปพบกับสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดของเมืองฮานอยกัน มีอะไรบ้างตามมาเลย1. ป่าช้าโฮจิมินห์ตั้งอยู่กลางจัตุรัสบาสท้วงติงห์ที่เมืองฮานอยแล้วก็เป็นที่ตั้งสุสานของโฮจิมินห์ การจัดตั้งได้รับแรงจูงใจมาจากสุสารของเลนินในกรุงมอสโก แล้วก็ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมของเวียดนาม และที่นี่ยังกล้ามาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ด้านในป่าช้ามีหีบศพแก้วที่เก็บรักษาโฮจิมินห์เอาไว้ใน นั้นก็เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้ทราบจักกับหัวหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเวียดนามนั่นเอง หากผู้ใดกันที่ต้องการมาท่องเที่ยวตรงนี้ก็จำเป็นต้องแต่งกายให้สุภาพอ่อนโยนห้ามพูดคุยเสียงดังและก็ยังห้ามสูบบุหรี่ด้านในรอบๆด้วย แล้วอีกอย่างก็คือห้ามถ่ายรูปและบันทึกวีดีโอเด็ดขาด2. พิพิธภัณฑสถานชาติพันธุ์วิทยาเวียดนามตั้งอยู่ห่างจากเมืองฮานอยโดยประมาณ 8 กิโลเมตรพิพิธภัณฑสถานแห่งนี้ได้แบ่งได้เป็นทั้งหมดทั้งปวง 2 ส่วนส่วนที่ 1 : จะเป็นพิพิธภัณฑสถานแบบปิดซึ่งอยู่ในตัวอาคาร 2 ชั้นด้านในอาคารนั้นจะมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องราวเชื้อชาติของชาวเวียดนาม โดยจะใช้สื่อผสมมีอีกทั้งภาพถ่ายวีดีทัศน์และก็หุ่นส่วนที่ 2 : เป็นพิพิธภัณฑสถานที่โล่งแจ้งที่แสดงบ้านจำลองของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมภายในบ้านได้ แล้วข้างในบ้านจะมีเจ้าหน้าที่รอเตรียมชาไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย3. วิหารวรรณกรรมวันเหมียวที่นี่เป็นอีกแห่งหนึ่งในฮานอยที่ทุกคนไม่ควรจะพลาดเด็ดขาด วัดในวิหารนี้เป็นวัดโบราณที่มีประวัติที่ไปที่มายาวนานเกือบจะพันปี รวมทั้งยังมีสถานะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเวียดนามด้วย จนตราบเท่าปลายศตวรรษที่ 18 ก็ได้ปิดตัวลงและถูกทิ้งให้รกร้าง ปัจจุบันนี้ที่นี่ก็ได้รับการบูรณะปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมขึ้นมาใหม่และกลายเป็นสถานที่ที่เก็บเรื่องราวทางประวัติศาสตร์รวมทั้งการเรียนของเวียดนาม4. โอลด์ควอเตอร์ ย่านเมืองเก่าที่กรุงฮานอยเป็นย่านเมืองเก่าในกรุงฮานอยที่มีเอกลักษณ์แล้วก็บอกถึงความเป็นเวียดนามในแบบเริ่มแรกได้อย่างชัดเจน ตรงนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของชาวต่างชาติที่ชอบบรรยากาศความเก่าแก่หรือแบบเริ่มแรก ตรงนี้จะมีอีกทั้งห้องอาหารประจำถิ่นร้านขายของเก่า แล้วก็ร้านขายร้านค้าเคลื่อนที่ส่วนใหญ่จะขายของที่ต่างกันออกไปในแต่ละตรอก อาทิเช่น เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องเพชรพลอย งานฝีมือ รวมทั้งฯลฯ
ดานัง ท่องเที่ยวเวียดนามบรรยากาศสไตล์ยุโรป
ผู้ใดกันที่กำลังคิดที่อยากจะไปท่องเที่ยวเวียดนามหรือกำลังหาตั๋วจองไปกับทัวร์เวียดนามละก็ ขอแนะนำดานังที่เป็นเมืองสำคัญของเวียดนามกลาง มีทะเลแล้วก็ชายทะเลที่งามติดอันดับโลก รับประกันว่าถ้าคุณได้มาท่องเที่ยวดานังสักหนึ่งครั้งคุณจะติดใจแน่ๆ วันนี้เราจึงได้เลือกเฟ้นถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดที่ดานัง มีตรงไหนบ้างมาดูกัน1. สะพานลอยฟ้าโกลเด้นเป็นที่เที่ยวที่มีเอกลักษณ์ที่ประหลาดตาหรือเรียกว่าไม่มีใครเหมือนในโลกเลยก็ว่าได้ ขอตรวจสะพานนั้นมีสีเหลืองทองคำพร้อมทั้งรูปปั้นมือยักษ์ที่ชูสะพานเอาไว้ เป็นสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นริมหน้าผาบนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร จำเป็นต้องบอกเลยว่าสะพานที่นี้เป็นสะพานลอยฟ้าริมหน้าผาที่สวยที่สุด เพราะเหตุว่าสามารถแลเห็นทิวทัศน์มองเห็นได้ 360 องศา ถ้าคนไหนกันแน่มาตุนังและไม่สมควรจะพลาดมาที่สะพานแห่งนี้ รับรองว่าสวยและก็วิจิตรตระการตาเวอร์วังมากๆ2. บานาฮิลส์ตรงนี้เป็นทั้งสวนสนุก สวนดอกไม้ ห้องอาหาร และเป็นบังกะโลสุดหรูในสไตล์หมู่บ้านประเทศฝรั่งเศส ตรงนี้มีสิ่งที่น่าดึงดูดให้ทำมากมายไม่ว่าจะเป็นการเดินดูหมู่บ้านฝรั่งเศส เดินดูดอกไม้หลากสีสัน ไปเล่นเครื่องเล่นของสวนสนุกที่อยู่บนยอดดอย เข้าชมพิพิธภัณฑสถานหุ่นขี้ผึ้ง ขอพรที่วัดนิกายเซนและวัดสไตล์จีน 9 ชั้น และนั่งจิบชาจากร้านชาที่มีวิวที่สวยที่สุดในโลก3. สะพานมังกรเป็นสะพานที่สวยงามและมีเอกลักษณ์เอามากๆมองดูแต่ไกลก็เข้าใจแล้วว่าเป็นสะพานมังกร แถมมังกรนี้ก็ไม่ใช่มังกรปกติเนื่องจากว่าเป็นมังกรที่สามารถพ่นน้ำได้ แล้วก็พ่นไฟได้ในตอนค่ำในตอนของวันเสาร์และก็วันอาทิตย์ด้วย สะพานนี้นับว่าเป็นเครื่องหมายของการบรรลุเป้าหมายของเวียดนามบ่งถึงการบูรณะเศรษฐกิจของประเทศ เป็นสะพานที่เชื่อมต่อสองฟากระหว่างฝั่งแม่น้ำฮันที่มีความกว้างเทียบเท่าถนนหนทาง 6 เลนนั่นเอง4. วัดหลินอึ๋งเป็นรูปปั้นของเจ้าแม่กวนอิมสีขาวที่มีขนาดความสูงกว่า 67 เมตร เป็นสถานที่ที่งามที่สุดในดานังเลยก็ว่าได้ พุทธรูปแห่งนี้ตั้งอยู่ในวัดหลินอึ๋งบนเกาะเซินตร่าตอนเหนือของดานัง ตรงนี้สามารถแลเห็นวิวสมุทรและก็ทิวทัศน์เทือกเขาได้ในคราวเดียวกัน ศาลเจ้าแม่กวนอิมตรงนี้ยังขึ้นชื่อลือชาในประเด็นการขอพรที่เกี่ยวกับสุขภาพกระบวนการทำมาค้าขายรวมทั้งการของลูกด้วย คนไหนกันที่มาถึงที่นี่จำเป็นต้องอย่าลืมมาแวะขอพรกัน5. ชายหาดหมีเควเป็นหาดที่สวยและเป็นหาดยอดนิยมที่สุดของดานังเลยก็ว่าได้ ตัวหาดมีแนวหาดทรายกว้างใหญ่รวมทั้งมีความยาวถึง 10 กม. จำต้องบอกเลยว่าทรายตรงนี้ขาวละเอียดเดินแล้วนุ่มเท้ามากมายๆแถมสมุทรก็เป็นสีฟ้าอมเขียวใสสะอาด คนใดกันแน่ที่เอามาพักผ่อนหย่อนใจแบบชิวๆละก็แนะนำเลยต้องเรียกได้ว่าเมืองดานังนี้มีครบทุกสิ่งจริงๆไม่ว่าจะเรื่องริมหาดงาม บรรยากาศดีและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์มากมายก่ายกอง
พักผ่อนหย่อนใจกับ มุยเน่ เมืองตากอากาศสุดได้รับความนิยมของเวียดนาม
ถ้าหากว่าจะหาสถานที่ท่องเที่ยวเวียดนามหรือทัวร์เวียดนามในบรรยากาศดีๆละก็ ขอเสนอแนะ มุยเน่ หาดแล้วก็ทะเลทรายที่ใหญ่เป็นลำดับที่หนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วก็ขึ้นชื่อในเรื่องของเมืองพักผ่อนที่เป็นที่รู้จักแห่งหนึ่งประเทศเวียดนามเลยทีเดียวเมืองมุยเน่เป็นเมืองที่มีชื่อในเรื่องของหาดที่สวยสดงดงามแล้วก็เงียบสงบ รอบๆชายทะเลนั้นยาวราว 10 กม.แล้วก็ตรงชายทะเลจะเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวล้นหลาม ชาวบ้านที่นี่มีอาชีพหลักสำหรับในการทำประมงซึ่งมีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย และที่ทำให้ที่นี่แปลงเป็นที่พักอากาศในฝันโน่นก็เพราะ เมืองมุยเน่มีบรรยากาศที่ดี มีรีสอร์ทมีอพาร์เม้นท์มากมาย รวมทั้งมีอาหารที่อร่อย และก็มีบรรยากาศสุดโรแมนติกนั่นเอง โน่นจึงทำให้นักท่องเที่ยวมากมายเข้ามาพักเข้ามาท่องเที่ยวกันมาก เนื่องจากว่ามีทำเลที่ตั้งที่สะดุดตาและก็ตั้งอยู่ริมฝั่งสมุทร สิ่งที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันสูงที่สุดซึ่งก็คือเนินทรายที่กระจายตัวอยู่รอบเมืองมุยเน่ ซึ่งจะมีเฉดสีที่แตกต่างถึง 18 สีและก็ทะเลทรายที่โด่งดังสูงที่สุดก็คือเนินทรายแดงและก็เนินทรายขาว1. เนินทรายแดงครอบคลุมพื้นที่ราวๆ 50 เอเคอร์ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส เป็นเนินทรายที่มีขนาดใหญ่ยาวตั้งแต่ริมฝั่งสมุทรเข้าไปถึงตัวแผ่นดิน ในช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยวดูก็คือเวลาเช้าหรือภายหลังจาก 15.00 นเป็นต้นไป เพราะปัจจุบันนี้กระแสลมจะไม่แรงและก็จะไม่เคยทราบสึกร้อนจัด2. เนินทรายขาวอยู่ด้านเหนือของเมืองมุยเน่ที่ห่างไปประมาณ 20 กิโล มีทะเลสาบที่ขนาบกับด้านข้างของเนินทรายทำให้มีลวดลายที่สวยสดงดงาม ทะเลสาบนี้มีพื้นที่ครอบคลุมมากถึง 70 เอเคอร์โดยประมาณ 500 เมตรรวมทั้งลึกราว 19 เมตร ภายในทะเลสาบนั้นเต็มไปด้วยดอกบัวที่มีหลากหลายสีสันน้ำมีความใสสะอาด ถึงขึ้นชื่อว่าทะเลสาบแต่น้ำในทะเลสาบนั้นก็มีความเย็นช่ำเอามากๆและสามารถเช่าเรือพายไปรอบๆสมุทรสาปได้หรือจะเดินเล่นรอบๆรอบทะเลสาบก็ได้เหมือนกันเว้นแต่เนินทรายขาวและเนินทรายแดงทั้งสองนี้แล้ว เมืองมุยเน่ก็ยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย ดังเช่นว่า แฟรี่ สตรีม ทรายที่ถูกกัดกร่อนโดยลำธารเล็กๆกระทั่งทำให้มองเห็นชั้นของทรายที่มีสีต่างกันและก็มีลักษณะที่แปลกตาสวยงาม หรือวังหินที่สร้างขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 9 เป็นต้นการเดินทาง– นั่งเครื่องบินไปลงที่เมืองโฮจิมินห์– แล้วต่อรถโดยสารประจำทางไปยังเมืองมุยเน่– ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมงชี้แนะว่าจะต้องมีเวลาอย่างน้อย 2 วัน สำหรับการไปเยี่ยมมุยเน่ ด้วยเหตุว่าจะทำให้ได้เที่ยวและก็สัมผัสกับเมืองมุยเน่ได้อย่างอิ่มอกอิ่มใจเมืองมุยเน่เป็นสถานที่เที่ยวสำหรับผู้ที่อยากมาพักผ่อนหย่อนใจ หรือมาชาร์จไฟให้กับตนเองให้เต็มแล้วกลับไปดำเนินงานใหม่ แถมการมาท่องเที่ยวเมืองเมืองมุยเน่นั้นคุณจะได้มองเห็นความแปลกประหลาดของธรรมชาติที่มีความสวยแล้วก็บรรยากาศดีๆ ที่คุณไม่อาจลืมลง คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : แพคเกจทัวร์เวียดนาม
พักผ่อนหย่อนใจกับ มุยเน่ เมืองตากอากาศสุดฮิตของเวียดนาม
หากจะหาสถานที่เที่ยวเวียดนามหรือทัวร์เวียดนามในบรรยากาศดีๆละก็ ขอชี้แนะ มุยเน่ ชายหาดแล้วก็ทะเลทรายที่ใหญ่เป็นลำดับหนึ่งของเอเซียอาคเนย์ และก็ขึ้นชื่อในเรื่องของเมืองพักผ่อนที่มีชื่อแห่งหนึ่งประเทศเวียดนามเลยทีเดียวเมืองมุยเน่เป็นเมืองที่มีชื่อในเรื่องของริมหาดที่งดงามและเงียบสงบ รอบๆริมทะเลนั้นยาวราวๆ 10 กม.แล้วก็ตรงชายทะเลจะเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวมากมายก่ายกอง ชาวบ้านตรงนี้มีอาชีพหลักสำหรับการทำประมงซึ่งมีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย แล้วก็ที่ทำให้ตรงนี้แปลงเป็นบ้านพักอากาศในฝันโน่นก็เพราะว่า เมืองมุยเน่มีบรรยากาศที่ดี มีเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์มีบังกะโลเยอะแยะ และก็มีของกินที่อร่อย รวมทั้งมีบรรยากาศสุดโรแมนติกนั่นเอง นั่นจึงทำให้นักท่องเที่ยวเยอะมากเข้ามาพักเข้ามาเที่ยวกันล้นหลาม เนื่องจากว่ามีพื้นที่ที่โดดเด่นและก็ตั้งอยู่ริมฝั่งสมุทร สิ่งที่โด่งดังรวมทั้งมีชื่อเสียงกันสูงที่สุดมันก็คือเนินทรายที่กระจายตัวอยู่รอบเมืองมุยเน่ ซึ่งจะมีเฉดสีที่แตกต่างกันถึง 18 สีรวมทั้งทะเลทรายที่เป็นที่รู้จักเยอะที่สุดก็คือเนินทรายแดงแล้วก็เนินทรายขาว1. เนินทรายแดงครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 50 เอเคอร์ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส เป็นเนินทรายที่มีขนาดใหญ่ยาวตั้งแต่ริมฝั่งทะเลเข้าไปถึงตัวแผ่นดิน ในขณะที่เหมาะสมสำหรับในการเที่ยวชมก็คือตอนเวลาเช้าหรือภายหลังจาก 15.00 นเป็นต้นไป เพราะเหตุว่าปัจจุบันนี้กระแสลมจะไม่แรงรวมทั้งจะไม่ทราบสึกร้อนมาก2. เนินทรายขาวอยู่ทางด้านเหนือของเมืองมุยเน่ที่ห่างไปราว 20 กม. มีทะเลสาบที่ประชิดกับข้างๆของเนินทรายทำให้มีลวดลายที่งดงาม ทะเลสาบนี้มีพื้นที่ครอบคลุมมากถึง 70 เอเคอร์โดยประมาณ 500 เมตรและก็ลึกประมาณ 19 เมตร ด้านในทะเลสาบนั้นเต็มไปด้วยดอกบัวที่มีหลากหลายสีสันน้ำมีความใสสะอาด ถึงขึ้นชื่อว่าทะเลสาบแต่ว่าน้ำในทะเลสาบนั้นก็มีความเย็นช่ำเอามากๆและสามารถเช่าเรือพายไปบริเวณทะเลสาปได้หรือจะเดินเที่ยวรอบๆรอบทะเลสาบก็ได้เหมือนกันนอกเหนือจากเนินทรายขาวและเนินทรายแดงทั้งคู่นี้แล้ว เมืองมุยเน่ก็ยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าดึงดูดอีกเยอะแยะ ดังเช่นว่า แฟรี่ สตรีม ทรายที่ถูกกัดกร่อนโดยลำธารเล็กๆจนถึงทำให้เห็นชั้นของทรายที่มีสีไม่เหมือนกันรวมทั้งมีลักษณะที่ประหลาดตาสวยงาม หรือวังหินที่ทำขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 9 ฯลฯการเดินทาง– นั่งเรือบินไปลงที่เมืองโฮจิมินห์– แล้วต่อรถโดยสารประจำทางไปยังเมืองมุยเน่– ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมงเสนอแนะว่าควรจะมีเวลาอย่างต่ำ 2 วัน สำหรับการไปเยือนมุยเน่ เพราะเหตุว่าจะทำให้ได้เที่ยวและก็สัมผัสกับเมืองมุยเน่ได้อย่างอิ่มใจเมืองมุยเน่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคนที่อยากได้มาพักผ่อนหย่อนใจ หรือมาชาร์จไฟให้กับตนเองให้เต็มแล้วกลับไปปฏิบัติงานใหม่ แถมการมาเที่ยวเมืองเมืองมุยเน่นั้นคุณจะได้เห็นความแปลกประหลาดของธรรมชาติที่มีความสวยและบรรยากาศดีๆ ที่คุณไม่บางทีอาจลืมลง