4 สถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของกรุงฮานอย บอกเลยจำเป็นต้องมาให้ได้!

  คนใดที่ต้องการจะมาท่องเที่ยวเวียดนามหรือบางบุคคลอาจจะมากับทัวร์เวียดนาม วันนี้จะมาขอนำเสนอสถานที่น่าท่องเที่ยวในกรุงฮานอยประเทศเวียดนาม เพราะว่าบางบุคคลอาจจะไม่รู้ว่ามีที่น่าท่องเที่ยวที่ไหนบ้างในเวียดนามที่น่าไป หรือบางบุคคลบางครั้งอาจจะกำลังหาอยู่ว่ามีที่ไหนบ้างนะที่น่าสนใจที่ไปเที่ยว เนื่องจากว่าจำต้องเข้าใจว่าพวกเราไปเที่ยวทั้งทีก็ต้องการเที่ยวที่บันเทิงใจๆใช่ไหมละค่ะ แถมขณะที่ไปเที่ยวก็มีไม่กี่วันด้วยฮานอยเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศเวียดนามที่มีอายุมากกว่าพันปี ฮานอยเป็นเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากที่ยอดนิยมสำหรับนักเดินทางที่ประทับใจในเรื่องของสถาปัตยกรรมและก็รวมทั้งศิลป์วัฒนธรรมแบบเริ่มแรก จะกล่าวว่าการเดินทางมาฮานอยนั้นสบายมากๆไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถประจำทางหรือเครื่องบิน ในวันนี้พวกเราจะขอพวกคุณทุกคนไปพบกับแหล่งท่องเที่ยวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดของเมืองฮานอยกัน มีอะไรบ้างตามมาเลย1. สุสานโฮจิมินห์ตั้งอยู่ตรงกลางสี่เหลี่ยมจัตุรัสบาสติงห์ที่เมืองฮานอยแล้วก็เป็นที่ตั้งสุสานของโฮจิมินห์ การจัดตั้งได้รับแรงบันดาลใจมาจากสุสารของเลนินในกรุงมอสโก รวมทั้งผสมผสานกับสถาปัตยกรรมของเวียดนาม รวมทั้งที่นี่ยังกล้ามาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม ภายในป่าช้ามีโลงแก้วที่เก็บรักษาโฮจิมินห์ไว้ใน นั้นก็เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้ทราบจะกับหัวหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเวียดนามนั่นเอง ถ้าคนใดที่อยากมาเที่ยวตรงนี้ก็จะต้องแต่งตัวให้สุภาพเรียบร้อยห้ามพูดคุยเสียงดังแล้วก็ยังห้ามสูบบุหรี่ข้างในรอบๆด้วย แล้วอีกอย่างก็คือห้ามถ่ายรูปและถ่ายวีดีโอเด็ดขาด2. พิพิธภัณฑสถานชาติพันธุ์วิทยาเวียดนามตั้งอยู่ห่างจากเมืองฮานอยประมาณ 8 กม.พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้แบ่งได้ทั้งผอง 2 ส่วนส่วนที่ 1 : จะเป็นพิพิธภัณฑ์แบบปิดซึ่งอยู่ในตัวตึก 2 ชั้นข้างในอาคารนั้นจะมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องราวเชื้อชาติของชาวเวียดนาม โดยจะใช้มัลติมีเดียมีทั้งยังรูปวีดีทัศน์รวมทั้งหุ่นส่วนที่ 2 : เป็นพิพิธภัณฑสถานกลางแจ้งที่จัดแสดงบ้านเลียนแบบของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมด้านในภายได้ แล้วด้านในภายจะมีเจ้าหน้าที่คอยจัดแจงชาไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย3. วิหารวรรณกรรมวันเหมียวที่นี่เป็นอีกแห่งหนึ่งในฮานอยที่ทุกคนไม่ควรจะพลาดเด็ดขาด วัดในวิหารนี้เป็นวัดโบราณที่มีประวัติภูมิหลังนานเกือบพันปี และก็ยังมีสถานะเป็นมหาวิทยาลัยที่แรกของเวียดนามด้วย จนกระทั่งปลายศตวรรษที่ 18 ก็ได้ปิดตัวลงรวมทั้งถูกทิ้งให้รกร้าง ทุกวันนี้ที่นี่ก็ได้รับการบูรณะซ่อมขึ้นมาใหม่แล้วก็แปลงเป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์แล้วก็การเล่าเรียนของเวียดนาม4. โอลด์ควอเตอร์ เขตเมืองเก่าแห่งกรุงฮานอยเป็นบริเวณเมืองเก่าในกรุงฮานอยที่มีเอกลักษณ์รวมทั้งบ่งถึงความเป็นเวียดนามในแบบอย่างเริ่มแรกได้อย่างชัดเจน ตรงนี้กลายเป็นสถานที่เที่ยวของชาวต่างชาติที่ถูกใจบรรยากาศความเก่าแก่หรือแบบเริ่มแรก ตรงนี้จะมีทั้งร้านอาหารประจำถิ่นร้านขายของเก่า รวมทั้งร้านขายแผงลอยส่วนมากจะขายของที่ไม่เหมือนกันออกไปในแต่ละซอกซอย อาทิเช่น เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องเพชรพลอย งานฝีมือ รวมทั้งอื่นๆอีกมากมาย

4 สถานที่ท่องเที่ยวที่ยอดเยี่ยมของกรุงฮานอย บอกเลยจำต้องมาให้ได้!

  คนใดกันที่ต้องการจะมาท่องเที่ยวเวียดนามหรือบางคนบางทีอาจจะมาพร้อมกับทัวร์เวียดนาม วันนี้จะมาขอนำเสนอสถานที่น่าท่องเที่ยวในกรุงฮานอยประเทศเวียดนาม เพราะเหตุว่าบางคนอาจจะไม่รู้ว่ามีที่น่าท่องเที่ยวตรงไหนบ้างในเวียดนามที่น่าไป หรือบางคนบางครั้งก็อาจจะกำลังหาอยู่ว่ามีที่ใดบ้างนะที่น่าดึงดูดที่ท่องเที่ยว ด้วยเหตุว่าจะต้องเข้าใจว่าเราท่องเที่ยวทั้งทีก็ต้องการท่องเที่ยวที่บันเทิงใจๆใช่ไหมละคะ แถมในขณะที่ไปเที่ยวก็มีไม่กี่วันด้วยฮานอยเป็นเมืองหลวงโบราณของประเทศเวียดนามที่มีอายุมากกว่าพันปี ฮานอยเป็นเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากที่ที่ได้รับความนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่รู้สึกชื่นชอบในเรื่องของสถาปัตยกรรมรวมทั้งรวมถึงศิลปะวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม จะพูดว่าการเดินทางมาฮานอยนั้นสบายมากๆไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถเมล์หรือเครื่องบิน ในวันนี้เราจะขอพวกท่านทุกคนไปพบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดของเมืองฮานอยกัน มีอะไรบ้างตามมาเลย1. ป่าช้าโฮจิมินห์ตั้งอยู่กลางสี่เหลี่ยมด้านเท่าบาสท้วงติงห์ที่เมืองฮานอยและเป็นที่ตั้งสุสานของโฮจิมินห์ การก่อตั้งได้รับแรงจูงใจมาจากสุสารของเลนินในกรุงมอสโก และก็ผสมกับสถาปัตยกรรมของเวียดนาม และตรงนี้ยังกล้ามาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม ภายในสุสานมีหีบศพแก้วที่เก็บรักษาโฮจิมินห์ไว้ใน นั้นก็เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ทราบจะกับหัวหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเวียดนามนั่นเอง แม้ผู้ใดกันแน่ที่ปรารถนามาเที่ยวตรงนี้ก็จำเป็นต้องแต่งกายให้อ่อนน้อมถ่อมตนห้ามพูดคุยเสียงดังและยังห้ามสูบบุหรี่ข้างในรอบๆด้วย แล้วอีกอย่างก็คือห้ามถ่ายรูปและก็บันทึกวีดีโอเด็ดขาด2. พิพิธภัณฑสถานชาติพันธุ์วิทยาเวียดนามตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองฮานอยราวๆ 8 กม.พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้แบ่งได้เป็นทั้งปวง 2 ส่วนส่วนที่ 1 : จะเป็นพิพิธภัณฑ์แบบปิดซึ่งอยู่ในตัวอาคาร 2 ชั้นด้านในตึกนั้นจะมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องราวเผ่าพันธุ์ของชาวเวียดนาม โดยจะใช้มัลติมีเดียมีทั้งยังรูปวีดีทัศน์และก็หุ่นจำลองส่วนที่ 2 : เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่นำเสนอบ้านเลียนแบบของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆซึ่งนักเดินทางสามารถเข้าไปดูด้านในภายได้ แล้วข้างในบ้านจะมีเจ้าหน้าที่คอยจัดเตรียมชาไว้ต้อนรับนักเดินทางอีกด้วย3. วิหารวรรณกรรมวันเหมียวที่นี่เป็นอีกแห่งหนึ่งในฮานอยที่ทุกคนไม่ควรจะพลาดเด็ดขาด วัดในวิหารนี้เป็นวัดโบราณที่มีประวัติที่มาที่ไปยาวนานเกือบพันปี และยังมีสถานะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเวียดนามด้วย จนกระทั่งปลายศตวรรษที่ 18 ก็ได้ปิดตัวลงรวมทั้งถูกทิ้งให้รกร้าง ขณะนี้ตรงนี้ก็ได้รับการบูรณะซ่อมขึ้นมาใหม่และแปลงเป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และก็การเล่าเรียนของเวียดนาม4. โอลด์ควอเตอร์ บริเวณเมืองเก่าที่กรุงฮานอยเป็นย่านเมืองเก่าในกรุงฮานอยที่มีเอกลักษณ์และก็บ่งบอกถึงความเป็นเวียดนามในแบบเริ่มแรกได้อย่างเห็นได้ชัด ที่นี่แปลงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของคนต่างประเทศที่ชอบบรรยากาศความเก่าแก่หรือแบบเริ่มแรก ที่นี่จะมีอีกทั้งร้านอาหารท้องถิ่นร้านขายของเก่า และก็ร้านค้าขายแผงลอยส่วนใหญ่จะขายของที่แตกต่างออกไปในแต่ละซอกซอย ดังเช่นว่า เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องเพชรพลอย งานฝีมือ รวมทั้งอื่นๆอีกมากมาย

พักผ่อนหย่อนใจกับ มุยเน่ เมืองชายทะเลสุดได้รับความนิยมของเวียดนาม

  ถ้าจะหาสถานที่เที่ยวเวียดนามหรือทัวร์เวียดนามในบรรยากาศดีๆละก็ ขอชี้แนะ มุยเน่ ริมหาดและก็ทะเลทรายที่ใหญ่เป็นลำดับแรกๆของเอเซียอาคเนย์ รวมทั้งลือชื่อในเรื่องของเมืองพักผ่อนที่มีชื่อแห่งหนึ่งประเทศเวียดนามเลยทีเดียวเมืองมุยเน่เป็นเมืองที่เป็นที่รู้จักในเรื่องของชายหาดที่สวยงามและก็เงียบสงบ บริเวณหาดนั้นยาวโดยประมาณ 10 กิโลเมตรและก็ตรงริมหาดจะเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวเยอะมาก ราษฎรที่นี่มีอาชีพหลักสำหรับเพื่อการทำประมงซึ่งมีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย และที่ทำให้ตรงนี้กลายเป็นบ้านพักอากาศในฝันนั่นก็เพราะ เมืองมุยเน่มีบรรยากาศที่ดี มีบังกะโลมีรีสอร์ทมาก รวมทั้งมีของกินที่อร่อย และก็มีบรรยากาศสุดโรแมนติกนั่นเอง นั่นก็เลยทำให้นักเดินทางเยอะมากเข้ามาพักเข้ามาท่องเที่ยวกันมากมายก่ายกอง เนื่องจากว่ามีพื้นที่ที่โดดเด่นแล้วก็ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเล สิ่งที่เลื่องลือและก็เป็นที่รู้จักกันเยอะที่สุดมันก็คือเนินทรายที่กระจายตัวอยู่รอบเมืองมุยเน่ ซึ่งจะมีเฉดสีที่แตกต่างถึง 18 สีรวมทั้งทะเลทรายที่มีชื่อสูงที่สุดก็คือเนินทรายแดงแล้วก็เนินทรายขาว1. เนินทรายแดงครอบคลุมพื้นที่ราวๆ 50 เอเคอร์ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส เป็นเนินทรายที่มีขนาดใหญ่ยาวตั้งแต่ริมฝั่งทะเลเข้าไปถึงตัวแผ่นดิน ในขณะที่เหมาะสมสำหรับการเที่ยวชมก็คือช่วงเช้าหรือหลังจาก 15.00 นเป็นต้นไป ด้วยเหตุว่าเดี๋ยวนี้กระแสลมจะไม่แรงและจะไม่รู้สึกร้อนมาก2. เนินทรายขาวอยู่ทางเหนือของเมืองมุยเน่ที่ห่างไปราวๆ 20 กิโลเมตร มีทะเลสาบที่ประชิดกับด้านข้างของเนินทรายทำให้มีลวดลายที่งาม ทะเลสาบนี้มีพื้นที่ครอบคลุมมากถึง 70 เอเคอร์โดยประมาณ 500 เมตรแล้วก็ลึกโดยประมาณ 19 เมตร ข้างในทะเลสาบนั้นเต็มไปด้วยดอกบัวที่มีนานัปการสีสันน้ำมีความใสสะอาด ถึงขึ้นชื่อว่าทะเลสาบแต่ว่าน้ำในทะเลสาบนั้นก็มีความเย็นช่ำเอามากๆและก็สามารถเช่าเรือพายไปรอบๆสมุทรสาปได้หรือจะเดินเล่นรอบๆรอบทะเลสาบก็ได้แบบเดียวกันนอกเหนือจากเนินทรายขาวแล้วก็เนินทรายแดงทั้งสองนี้แล้ว เมืองมุยเน่ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดอีกเยอะมาก ได้แก่ แฟรี่ สตรีม ทรายที่ถูกกัดกร่อนโดยสายธารเล็กๆจนกระทั่งทำให้เห็นชั้นของทรายที่มีสีแตกต่างและมีลักษณะที่ประหลาดตางาม หรือพระราชวังหินที่ผลิตขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 9 ฯลฯการเดินทาง– นั่งเรือบินไปลงที่เมืองโฮจิมินห์– แล้วต่อรถขึ้นรถประจำทางไปยังเมืองมุยเน่– ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมงแนะนำว่าควรจะมีเวลาอย่างน้อย 2 วัน สำหรับการไปเยี่ยมมุยเน่ เนื่องจากว่าจะก่อให้ได้เที่ยวรวมทั้งสัมผัสกับเมืองมุยเน่ได้อย่างอิ่มอกอิ่มใจเมืองมุยเน่เป็นสถานที่เที่ยวสำหรับผู้ที่อยากได้มาพักผ่อนหย่อนใจ หรือมาชาร์จแบตให้กับตนเองให้เต็มแล้วกลับไปดำเนินการใหม่ แถมการมาท่องเที่ยวเมืองเมืองมุยเน่นั้นคุณจะได้มองเห็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่มีความสวยสดงดงามแล้วก็บรรยากาศดีๆ ที่คุณไม่บางทีอาจลืมลง

ท่องเที่ยว ฮอยอัน เมืองมรดกโลกที่คุณห้ามพลาด!!

  มีคนใดกันแน่อยากจะมาท่องเที่ยวเวียดนามกันบ้างยกมือขึ้น!! ไม่ว่าใครจะมาท่องเที่ยวผู้เดียวหรือมาท่องเที่ยวกับทัวร์เวียดนาม วันนี้พวกเรามีเมืองเมืองหนึ่งของเวียดนามที่เป็นมรดกโลก ที่ต้องการจะมาเสนอแนะให้สหายๆได้ลองท่องเที่ยวดู นั่นก็คือ “ฮอยอัน” ที่เป็นเมืองมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม บอกได้เต็มปสกเลยว่าเป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์จริงๆไม่ว่าจะเป็นอาคารเก่าสไตล์วัวโลเนียลหรือวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายของคนเมืองก็ตาม วันนี้พวกเราได้รวบรวมสถานที่เที่ยวที่น่าเที่ยวน่าดึงดูดในฮอยอัน ที่ถ้าคุณไปเมืองนี้แล้วรับประกันว่าคุณจะต้องอยากไปอีกเป็นครั้งลำดับที่สองแน่ที่น่าท่องเที่ยวในเมืองฮอยอัน1. สะพานญี่ปุ่นเป็นสะพานผ่านลำคลองที่แบ่งเขตชุมชนระหว่างคนญี่ปุ่นคนจีน กล่าวได้ว่าเป็นสะพานที่เชื่อมเขตชุมชนระหว่างคนจีนรวมทั้งคนประเทศญี่ปุ่นซึ่งสามารถไปมาหาสู่กันเพื่อค้าขายขาย ความงามของสะพานที่นี้ก็คือมีหลังคาอยู่ด้านบนและมีรูปปั้นหมาแล้วก็ดินอยู่ที่เชิงสะพาน คนไหนที่มาตรงนี้จะประสบพบเห็นบ้านเมืองสไตล์ประเทศญี่ปุ่นแท้ๆและก็มีร้านค้าสวยๆให้ได้เลือกจ่ายตลาดกันอย่างเพลิดเพลินเจริญใจ2. สัมพันธ์ฟุกเกี๋ยนที่นี่มีสถาปัตยกรรมที่หรูหราของสโมสรจีนที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสมาคมจีนอีก 5 ที่ในเมืองฮอยอัน เป็นศูนย์ของคนจีนที่ย้ายถิ่นมาจากที่อื่นๆ ข้อดีรวมทั้งความงดงามของสมาคมฟุกเกี๋ยนอยู่ที่อาคารไม้แกะสลักรอบบริเวณเต็มไปด้วยร้านค้าขายของที่ทำด้วยมือ ดังเช่นว่า งานแกะ โคมผ้าไหม และภาพวาดที่สะท้อนให้มองเห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวฮอยอัน เพื่อนักเดินทางสามารถซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึกได้ นั่นเอง3. ชมรมชาวจีนกวางตุ้งเป็นสถานที่ที่ชาวจีนสร้างไว้เพื่อพบปะสังสรรค์รวมทั้งใช้เป็นแท่นบูชาบรรพบุรุษของตัวเองด้วย สถาปัตยกรรมของตึกนั้นตกแต่งเป็นด้วยรูปปั้นมังกรรวมทั้งสิงโตที่เสริมแต่งตามซุ้มประตูต่างๆและก็รอบบริเวณน้ำพุ ด้านในอาคารมีแท่นบูชาที่อุทิศให้กับนายพล Quan Cong ซึ่งเป็นหวานใจและเป็นที่นับถือในยุคสามก๊ก รวมทั้งทำเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ความซื่อและความยุติธรรม4. บ้านเลขที่ 101บนถนนเส้นนี้มีบ้านให้เลือกเข้าชมอยู่ 3 ข้างหลังแม้กระนั้นที่พลาดมิได้เลยก็คือบ้านเลขที่ 101 ซึ่งเป็นบ้านประจำตระกูลของ Tan Ky บ้านแห่งนี้มีความโดดเด่นตรงที่ทั้งบ้านนั้นเป็นไม้ทั้งยังหลังและไม่มีหน้าต่าง เหนือบานประตูจะมีสัญลักษณ์หยินหยาง จะมีการแบ่งแยกพื้นที่เป็นสัดส่วนได้อย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ ห้องหนังสือ ห้องรับแขก แล้วก็ห้องครัวเป็นยังไงกันบ้างกับสถานที่ท่องเที่ยวฮอยอันที่เป็นเมืองแห่งมรดกของโลก ซึ่งในฮอยอันนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีตกาลทางประวัติศาสตร์รวมทั้งสถาปัตยกรรมที่ยังมีชีวตำหนิอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถานอาคารบ้านเรือนหรือแม้กระทั่งผู้คนที่ยังอาศัยอยู่ที่นี่ ไม่แปลกใจเลยว่าเพราะเหตุไรตรงนี้ถึงได้รับฉายาว่าเป็นเมืองมรดกโลกที่ยังมีลมหายใจ คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : แพคเกจทัวร์เวียดนาม

พักผ่อนหย่อนใจกับ มุยเน่ เมืองพักผ่อนสุดได้รับความนิยมของเวียดนาม

  ถ้าเกิดจะหาสถานที่ท่องเที่ยวเวียดนามหรือทัวร์เวียดนามในบรรยากาศดีๆละก็ ขอชี้แนะ มุยเน่ ริมทะเลและก็ทะเลทรายที่ใหญ่เป็นลำดับหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และขึ้นชื่อในเรื่องของเมืองพักผ่อนที่มีชื่อแห่งหนึ่งประเทศเวียดนามเลยทีเดียวเมืองมุยเน่เป็นเมืองที่เป็นที่รู้จักในเรื่องของชายหาดที่สวยสดงดงามรวมทั้งเงียบสงบ รอบๆชายทะเลนั้นยาวราว 10 กิโลเมตรแล้วก็ตรงริมทะเลจะเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวเยอะแยะ ชาวบ้านตรงนี้มีอาชีพหลักในการทำประมงซึ่งมีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย รวมทั้งที่ทำให้ตรงนี้กลายเป็นบ้านพักอากาศในฝันโน่นก็เนื่องจาก เมืองมุยเน่มีบรรยากาศที่ดี มีรีสอร์ทมีรีสอร์ทเยอะ และก็มีอาหารที่อร่อย และมีบรรยากาศสุดโรแมนติกนั่นเอง โน่นจึงทำให้นักเดินทางเยอะมากเข้ามาพักเข้ามาเที่ยวกันเยอะแยะ เนื่องจากว่ามีตำแหน่งที่ตั้งที่โดดเด่นและก็ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเล สิ่งที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักกันมากที่สุดนั่นก็คือเนินทรายที่กระจายตัวอยู่รอบเมืองมุยเน่ ซึ่งจะมีเฉดสีที่ไม่เหมือนกันถึง 18 สีและทะเลทรายที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดก็คือเนินทรายแดงและก็เนินทรายขาว1. เนินทรายแดงครอบคลุมพื้นที่ราวๆ 50 เอเคอร์ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส เป็นเนินทรายที่มีขนาดใหญ่ยาวตั้งแต่ริมฝั่งสมุทรเข้าไปถึงตัวแผ่นดิน ในตอนที่สมควรในการเที่ยวชมก็คือเวลาเช้าหรือภายหลังจาก 15.00 นเป็นต้นไป เนื่องจากเวลานี้กระแสลมจะไม่แรงรวมทั้งจะไม่รู้สึกร้อนจัด2. เนินทรายขาวอยู่ทางด้านเหนือของเมืองมุยเน่ที่ห่างไปราว 20 กม. มีทะเลสาบที่ขนาบกับข้างๆของเนินทรายทำให้มีลวดลายที่สวย ทะเลสาบนี้มีพื้นที่ครอบคลุมมากถึง 70 เอเคอร์ราวๆ 500 เมตรและก็ลึกราว 19 เมตร ข้างในทะเลสาบนั้นเต็มไปด้วยดอกบัวที่มีมากมายสีสันน้ำมีความใสสะอาด ถึงขึ้นชื่อว่าทะเลสาบแต่น้ำในทะเลสาบนั้นก็มีความเย็นช่ำเอามากๆและสามารถเช่าเรือพายไปบริเวณทะเลสาปได้หรือจะเดินเที่ยวบริเวณรอบทะเลสาบก็ได้แบบเดียวกันเว้นเสียแต่เนินทรายขาวรวมทั้งเนินทรายแดงทั้งสองนี้แล้ว เมืองมุยเน่ก็ยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกเพียบเลย ได้แก่ แฟรี่ สตรีม ทรายที่ถูกกัดเซาะโดยลำธารเล็กๆจนทำให้มองเห็นชั้นของทรายที่มีสีแตกต่างกันแล้วก็มีลักษณะที่แปลกตาสวยงาม หรือพระราชวังหินที่ผลิตขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 9 เป็นต้นการเดินทาง– นั่งเครื่องบินไปลงที่เมืองโฮจิมินห์– แล้วต่อรถโดยสารประจำทางไปยังเมืองมุยเน่– ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงแนะนำว่าจะต้องมีเวลาอย่างต่ำ 2 วัน สำหรับเพื่อการไปเยี่ยมมุยเน่ เนื่องจากว่าจะก่อให้ได้ท่องเที่ยวและสัมผัสกับเมืองมุยเน่ได้อย่างปลื้มใจเมืองมุยเน่เป็นสถานที่เที่ยวสำหรับผู้ที่ต้องการมาพักผ่อนหย่อนใจ หรือมาชาร์จแบตให้กับตัวเองให้เต็มแล้วกลับไปดำเนินการใหม่ แถมการมาเที่ยวเมืองเมืองมุยเน่นั้นคุณจะได้มองเห็นความแปลกประหลาดของธรรมชาติที่มีความงามและก็บรรยากาศดีๆ ที่คุณไม่บางทีอาจลืมลง

เรื่องคุณควรทราบก่อนจะท่องเที่ยวเวียดนาม

  ผู้ใดกำลังจะออกเดินทางไปท่องเที่ยวเวียดนามหรือกำลังจองทัวร์เวียดนามอยู่มาฟังกันทางนี้ก่อน วันนี้เราจะมาพาคุณที่เข้าใจของประเทศเวียดนามก่อนที่จะคุณจะไปเที่ยวที่นั่น อย่างงั้นก็เพื่อจะได้ไปเที่ยวกันแบบรื้นเริง การันตีเลยว่าข้อมูลที่เรากำลังจะให้คุณนี้จะมีประโยชน์แก่คุณแน่ๆเวียดนามจำนวนพลเมือง : 90.5 ล้านคนเชื้อชาติ : ชาวเวียดนามถูกแบ่งได้ชนกลุ่มน้อย รวมแล้วโดยประมาณ 53 ชาติร่วมกันสกุลเงินของเวียดนาม : vietnamese dong (VND)เมืองหลวง : ฮานอยภาษาที่ใช้ : ภาษาเวียดนามโซนเวลา : UTC 7นี่เป็นข้อมูลพื้นฐานที่คุณควรจะทราบดีแล้วก็เป็นข้อมูลทั่วไปของประเทศเวียดนามห้องอาหารที่แนะนำ1. PHOเป็นร้านสุกี้ที่อร่อยที่สุดจะมีรสชาติคล้ายๆกับสุกี้บ้านเราเลย มีน้ำซุปและก็ของเคียงก็จัดจ้านสินดวงใจ บอกเลยว่าคนใดกันแน่ถูกใจอาหารรสจัดแบบถึงพริกถึงขิงก็เสนอแนะร้านนี้เลย2. MANH MIร้านค้าแซนวิชที่อร่อยมากๆรวมทั้งขึ้นชื่อในเรื่องของขนมปังที่มีเนื้อนุ่ม อาหารร้านค้านี้จะมีผลให้คุณรู้สึกอิ่มท้องอร่อยถูกใจและก็ราคาย่อมเยากระเป๋าแน่นอน3. BANH KHOTร้านค้านี้บอกเลยว่าคุณห้ามพลาดเด็ดขาด เนื่องจากว่ามีทั้งเมนูอร่อยมากมาย มีไฮไลท์พิเศษอย่างแพนขนมเค้กที่ผสมผสานด้วยเนื้อกุ้งและก็ต้นหอม ถ้าเกิดคุณต้องการทราบว่าแพนขนมเค้กกับกุ้งบวกกับต้นหอมจะมีรสชาติออกมาแบบไหน คุณจำต้องมากินร้านนี้มองเลยจ้ะสภาพภูมิอากาศในช่วงเดือน เดือนพฤษภาคม-เดือนตุลาคม, เดือนพฤศจิกายน-เมษายนเวียดนามเหนือ (ฮานอย) 25 องศา – 35 องศา ,11 องศา – 25 องศาเวียดนามกึ่งกลาง (ฮอย อัน) 25 องศา – 35 องศา, 18 องศา – 25 องศาเวียดนามใต้ (โฮจิมินห์) 25 องศา – 35 องศา, 20 องศา – 30 องศาเรื่องที่ไม่ควรทำเมื่อไปเที่ยวประเทศเวียดนาม1. ไม่ควรไปเยี่ยมบ้านคนเวียดนาม โดยไม่แจ้งล่วงหน้าเพราะคนเวียดนามจะรู้สึกขายหน้าที่มิได้เตรียมพร้อมหรือจัดของกินต้อนรับแขก2. ไม่สมควรปฏิเสธเครื่องดื่มหรืออาหารหวานที่คนเวียดนามจัดไว้ต้อนรับเนื่องจากว่านับว่าเป็นเรื่องไม่สุภาพและไม่เรียบร้อย3. ไม่สมควรรับประทานอาหารว่างและก็เครื่องดื่มระหว่างการสัมมนา เพราะนับว่าเสียมารยาทอย่างมาก ควรรอให้การสัมมนาสำเร็จก่อน4. ไม่ควรใช้ตะเกียบชี้บุคคลและก็ข้าวของ ในขณะรับประทานอาหาร5. ไม่ควรยืนเท้าเอว หรือกอดอก ขณะสนทนาสนทนากับบุคคลอื่นเพราะว่าถือได้ว่าเป็นการไม่สุภาพ6. ไม่ควรพูดคุยเรื่องศาสนาความเชื่อ การเมือง หรือสงครามเวียดนาม7. ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปอาคารสถานที่ต่างๆของรัฐบาลในเวียดนาม8. ไม่ควรมอบของขวัญที่มีสีดำ หรือดอกไม้สีขาว ยกตัวอย่างเช่น ดอกต้นเบญจมาศ เนื่องจากว่าเป็นสัญลักษณ์ของความโศกเศร้าหรืองานฌาปนกิจศพ9. ไม่ควรมอบสิ่งของมีคมต่างๆยกตัวอย่างเช่น มีดหรือกรรไกร ด้วยเหตุว่าคนเวียดนามถือว่าเป็นการเลิกคบหาอันดีแก่กัน10. ไม่สมควรยื่นสิ่งของหรือพูดคุยข้ามหัวบุคคลอื่น ถือว่าเป็นการเสียมารยาทนี่ก็เป็นข้อมูลเล็กๆน้อยๆที่คุณควรรู้เกี่ยวกับประเทศเวียดนามก่อนที่จะไปเที่ยวตรงนั้น เวียดนามนับเป็นอีกประเทศหนึ่งที่น่าท่องเที่ยวไม่แพ้ประเทศมีไหนๆเลย แถมยังมีบรรยากาศที่ดีแล้วก็ที่สำคัญใช้งบสำหรับในการไปท่องเที่ยวแบบสบายกระเป๋า กำลังจะไปท่องเที่ยวเวียดนามและจากนั้นก็ขอให้คุณท่องเที่ยวอย่างสนุกสนาน แล้วอย่าลืมเล่าเรียนข้อมูลก่อนจะท่องเที่ยวที่ดีนะขา

พักผ่อนหย่อนใจกับ มุยเน่ เมืองพักผ่อนสุดฮิตของเวียดนาม

  ถ้าเกิดจะหาสถานที่เที่ยวเวียดนามหรือทัวร์เวียดนามในบรรยากาศดีๆละก็ ขอเสนอแนะ มุยเน่ ชายหาดและก็ทะเลทรายที่ใหญ่เป็นอันดับที่หนึ่งของเอเซียอาคเนย์ แล้วก็ขึ้นชื่อในเรื่องของเมืองชายทะเลที่โด่งดังแห่งหนึ่งประเทศเวียดนามเลยทีเดียวเมืองมุยเน่เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของชายทะเลที่สวยสดงดงามรวมทั้งเงียบสงบ รอบๆชายทะเลนั้นยาวราวๆ 10 กิโลเมตรแล้วก็ตรงริมทะเลจะเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวเยอะแยะ ชาวบ้านตรงนี้มีอาชีพหลักสำหรับในการทำประมงซึ่งมีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย แล้วก็ที่ทำให้ตรงนี้แปลงเป็นที่พักอากาศในฝันนั่นก็เนื่องจาก เมืองมุยเน่มีบรรยากาศที่ดี มีโรงแรมมีโรงแรมเยอะแยะ แล้วก็มีของกินที่อร่อย และก็มีบรรยากาศสุดโรแมนติกนั่นเอง นั่นจึงทำให้นักท่องเที่ยวมากมายเข้ามาพักเข้ามาเที่ยวกันมากมาย ด้วยความที่มีทำเลที่ตั้งที่โดดเด่นรวมทั้งตั้งอยู่ริมฝั่งสมุทร สิ่งที่ดังรวมทั้งเป็นที่รู้จักกันเยอะที่สุดนั่นก็คือเนินทรายที่กระจายตัวอยู่รอบเมืองมุยเน่ ซึ่งจะมีเฉดสีที่แตกต่างถึง 18 สีรวมทั้งทะเลทรายที่เป็นที่รู้จักสูงที่สุดก็คือเนินทรายแดงแล้วก็เนินทรายขาว1. เนินทรายแดงครอบคลุมพื้นที่ราวๆ 50 เอเคอร์ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส เป็นเนินทรายที่มีขนาดใหญ่ยาวตั้งแต่ริมฝั่งทะเลเข้าไปถึงตัวแผ่นดิน ในช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเที่ยวดูก็คือตอนเช้าหรือภายหลัง 15.00 นเป็นต้นไป เพราะในช่วงเวลานี้กระแสลมจะไม่แรงและจะไม่รู้เรื่องสึกร้อนจัด2. เนินทรายขาวอยู่ด้านเหนือของเมืองมุยเน่ที่ห่างไปราวๆ 20 กิโลเมตร มีทะเลสาบที่ขนาบกับข้างๆของเนินทรายทำให้มีลวดลายที่งาม ทะเลสาบนี้มีพื้นที่ครอบคลุมมากถึง 70 เอเคอร์ราวๆ 500 เมตรและก็ลึกประมาณ 19 เมตร ข้างในทะเลสาบนั้นเต็มไปด้วยดอกบัวที่มีมากมายสีสันน้ำมีความใสสะอาด ถึงขึ้นชื่อว่าทะเลสาบแต่น้ำในทะเลสาบนั้นก็มีความเย็นช่ำเอามากๆและก็สามารถเช่าเรือพายไปบริเวณทะเลสาปได้หรือจะเดินเล่นรอบๆรอบทะเลสาบก็ได้เช่นกันนอกจากเนินทรายขาวรวมทั้งเนินทรายแดงทั้งสองนี้แล้ว เมืองมุยเน่ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกเยอะมาก ดังเช่น แฟรี่ สตรีม ทรายที่ถูกกัดเซาะโดยลำธารเล็กๆจนถึงทำให้เห็นชั้นของทรายที่มีสีแตกต่างและก็มีลักษณะที่ประหลาดตาสวยงาม หรือวังหินที่สร้างขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 9 ฯลฯการเดินทาง– นั่งเครื่องบินไปลงที่เมืองโฮจิมินห์– แล้วต่อรถขึ้นรถประจำทางไปยังเมืองมุยเน่– ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงเสนอแนะว่าจะต้องมีเวลาอย่างน้อย 2 วัน สำหรับการไปเยี่ยมมุยเน่ เนื่องจากว่าจะมีผลให้ได้เที่ยวรวมทั้งสัมผัสกับเมืองมุยเน่ได้อย่างอิ่มอกอิ่มใจเมืองมุยเน่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคนที่อยากได้มาพักผ่อนหย่อนใจ หรือมาชาร์แบตเตอรี่ให้กับตัวเองให้เต็มแล้วกลับไปปฏิบัติงานใหม่ แถมการมาเที่ยวเมืองเมืองมุยเน่นั้นคุณจะได้มองเห็นความแปลกประหลาดของธรรมชาติที่มีความสวยสดงดงามรวมทั้งบรรยากาศดีๆ ที่คุณไม่บางทีอาจลืมลง คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : แพคเกจทัวร์เวียดนาม

สิ่งที่ต้องระวัง เมื่อท่องเที่ยวเวียดนาม

  มีคนมากที่เข้าไปท่องเที่ยวเวียดนามหรือบางบุคคลก็บางครั้งอาจจะไปกับทัวร์เวียดนาม ซึ่งถือว่าประเทศนี้ได้รับความนิยมจากชาวไทยมากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความสวยสดงดงามทางธรรมชาติและก็สถานที่ท่องเที่ยวที่มีเรื่องมีราวราวทางประวัติศาสตร์อยู่ล้นหลาม ถึงเวียดนามจะเป็นเมืองที่มีความสวยแล้วก็น่าท่องเที่ยว แต่ว่าจำไว้ว่าไม่ว่าที่ใดก็มีเรื่องที่ต้องให้รักษาตัวอยู่เป็นประจำ ขณะนี้เราจะมาเอ๋ยถึงในเรื่องของสิ่งที่ต้องระมัดระวังเมื่อไปท่องเที่ยวที่เวียดนามข้อระวัง1.รถแท็กซี่คนประเทศไทยบางทีก็อาจจะเคยเห็นเป็นประจำว่าแท็กซี่ในไทยนั้นชอบทุจริตค่าใช้จ่ายสำหรับโดยสาร หรือชอบเหลือตังค์ทอนเป็นเศษๆนั้นก็เพื่อได้ฮุบเงิน เรื่องแบบนี้แม้แต่ที่เวียดนามก็มีเหมือนกันเพราะคนขับบางบุคคลเมื่อเราถึงที่หมายแล้ว จะทอนเงินไม่ครบและก็อ้างถึงว่าขาดเงินทอน มันก็กลายเป็นว่าผู้ขับนั้นได้ตังค์แบบสบายๆแต่ในหัวข้อนี้พวกเรามีวิธีแก้อยู่ก็คือจำต้องซื้อเอาเงินทอนจากผู้ขับให้ได้ นั่งรออยู่บนรถยนต์นั่นแหละโน่นก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราไม่ยินยอมให้เขาคดโกง สักครู่สักพักถ้าเขาหงุดหงิดรำคาญเขาก็จะถอนเราไปเอง แม้กระนั้นในกรณีนี้ใช้ได้กับแท็กซี่ครั้งคราวเพียงแค่นั้น เพราะถ้าหากเจอผู้ขับขี้งกแถมพูดจาไม่รู้เรื่องอีกก็คงจะต้องทำใจแล้วล่ะ2. ชื้อของ ที่ขึ้นป้ายเด่นชัดคุณจะต้องจับจ่ายซื้อของที่มีราคาป้ายติดชัดแจ้งเพื่อหลีกเลี่ยงการคดโกงราคา เนื่องจากว่าบางคราวจับจ่ายซื้อของชิ้นเดียวกันประเภทเดียวกันแล้วยังในร้านค้าเดียวกันอีกแต่ว่าผู้ขายก็ระบุราคาแตกต่าง ด้วยเหตุนี้อย่าไปซื้อกับร้านค้าที่ไม่มีป้ายติดราคา แม้กระนั้นถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็จำต้องเพียรพยายามต่อรองราคาให้ลงมากที่สุด3. ทานอาหารที่นี่ ไม่มีน้ำฟรีเป็นเรื่องที่ต่างจากบ้านพวกเรา ร้านอาหารทั่วไปในบ้านพวกเรานั้นไม่ว่าจะข้างตอกซอยหน้าหมู่บ้าน หรือส่วนไหนหรือที่ไหนก็แล้วแต่จำนวนมากแล้วจะมีบริการกินน้ำให้กับลูกค้าอยู่ตลอด แต่ที่เวียดนามนั้นถ้าไม่สั่งน้ำเขาก็ไม่มาส่งให้ เนื่องจากผู้ที่นี่ส่วนใหญ่นิยมดื่มน้ำชามากกว่านั่นเอง แต่ว่าหากว่าสั่งน้ำดื่มทางร้านก็จะเอาน้ำดื่มมาขายให้เป็นขวด4. ระวังเงินหายไม่ว่าที่ไหนๆก็ย่อมมีมิจฉาชีพ จำต้องบอกนะว่าประเทศเวียดนามนี่ขึ้นชื่อลือชาที่ 1 ในเรื่องของมือไวในการล้วงสินทรัพย์นักเดินทาง โดยยิ่งไปกว่านั้นในย่านชุมชนที่มีคนคับคั่งก็ยิ่งเป็นจุดที่จะลงมือล้วงกระเป๋าได้อย่างสะดวก ด้วยเหตุผลดังกล่าวคุณจะต้องเก็บของที่มีค่าไว้ตู้เซฟแรมหรือถ้าจึงควรคัดแยกออกมาด้วยข้อควรจะเก็บเอาไว้กับตัวให้อยู่ข้างหน้าอย่างมิดชิด แล้วก็คุณจึงควรสังเกตการกระทำของคนเรารอบกายอยู่เสมอโดยเฉพาะผู้ที่แอบเนียนเข้ามาอยู่ใกล้ๆเรานั่นเอง

สิ่งที่ต้องระวัง เมื่อไปเที่ยวเวียดนาม

  มีคนมากไม่น้อยเลยทีเดียวที่เข้าไปท่องเที่ยวเวียดนามหรือบางคนก็บางทีก็อาจจะไปกับทัวร์เวียดนาม ซึ่งถือว่าประเทศนี้เป็นที่นิยมจากคนไทยมากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความงดงามทางธรรมชาติและก็สถานที่ท่องเที่ยวที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อยู่เยอะมาก ถึงเวียดนามจะเป็นเมืองที่มีความงดงามและน่าท่องเที่ยว แต่จดจำไว้ว่าไม่ว่าที่แห่งไหนก็มีเรื่องที่จำเป็นต้องให้ดูแลตัวอยู่ตลอด เวลานี้เราจะมาเอ่ยถึงในเรื่องของสิ่งที่ต้องระวังเมื่อไปท่องเที่ยวที่เวียดนามข้อระวัง1.รถแท็กซี่คนประเทศไทยอาจจะเคยเห็นบ่อยๆว่าแท็กซี่ในไทยนั้นถูกใจโกงค่าใช้จ่ายในการใช้โดยสาร หรือถูกใจเหลือตังค์ทอนเป็นเศษๆนั้นก็เพื่อได้ฮุบเงิน เรื่องอย่างงี้แม้กระทั้งที่เวียดนามก็มีเช่นเดียวกันด้วยเหตุว่าผู้ขับบางคนเมื่อเราถึงที่หมายแล้ว จะทอนสตางค์ไม่ครบรวมทั้งกล่าวถึงว่าขาดเงินทอน มันก็แปลงเป็นว่าคนขับนั้นได้ตังค์แบบสบายๆแม้กระนั้นในเรื่องนี้เรามีทางแก้อยู่ก็คือจำต้องซื้อเอาเงินทอนจากคนขับให้ได้ นั่งรออยู่บนรถนั่นแหละโน่นก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเราไม่ยินยอมให้เขาโกง เดี๋ยวสักพักถ้าเขารำคาญเขาก็จะถอนเราไปเอง แต่ในกรณีนี้ใช้ได้กับแท็กซี่บางครั้งเพียงแค่นั้น เนื่องจากว่าถ้าหากพบผู้ขับโลภแถมพูดจาไม่รู้เรื่องอีกก็อาจต้องทำใจแล้วล่ะ2. ชื้อของ ที่ปิดป้ายกระจ่างคุณต้องซื้อของที่มีราคาป้ายติดแจ่มชัดเพื่อหลบหลีกการโกงราคา ด้วยเหตุว่าครั้งคราวจ่ายตลาดชิ้นเดียวกันประเภทเดียวกันแล้วยังในร้านค้าเดียวกันอีกแต่ผู้ขายก็ระบุราคาแตกต่างกัน ด้วยเหตุนั้นอย่าไปซื้อกับร้านรวงที่ไม่มีป้ายติดราคา แม้กระนั้นถ้าหากเลี่ยงมิได้ก็จำเป็นต้องมานะต่อราคาให้ลงมากที่สุด3. กินอาหารที่นี่ ไม่มีน้ำฟรีเกิดเรื่องที่แตกต่างจากบ้านเรา ร้านอาหารทั่วไปในบ้านพวกเรานั้นไม่ว่าจะข้างตอกตรอกหน้าหมู่บ้าน หรือส่วนไหนหรือที่ไหนก็ตามส่วนมากแล้วจะมีบริการกินน้ำให้กับลูกค้าอยู่ตลอด แต่ว่าที่เวียดนามนั้นถ้าหากไม่สั่งน้ำเขาก็ไม่มาส่งให้ เนื่องจากคนที่นี่ส่วนมากนิยมดื่มน้ำชามากกว่านั่นเอง แต่ว่าหากสั่งน้ำดื่มทางร้านค้าก็จะเอาน้ำดื่มมาขายให้เป็นขวด4. ระวังเงินหายไม่ว่าที่ไหนๆก็ย่อมมีขโมย ต้องบอกนะว่าประเทศเวียดนามนี่ขึ้นชื่อลือชาที่ 1 ในเรื่องของมือไวสำหรับเพื่อการล้วงทรัพย์สินนักท่องเที่ยว โดยยิ่งไปกว่านั้นในย่านชุมชนที่มีคนจอแจก็ยิ่งเป็นจุดที่จะลงมือล้วงกระเป๋าได้อย่างสะดวก ด้วยเหตุผลดังกล่าวคุณจะต้องเก็บของที่มีค่าไว้ตู้เซฟแรมหรือถ้าหากจำเป็นจะต้องคัดแยกออกมาด้วยข้อควรเก็บไว้กับตัวให้อยู่ด้านหน้าอย่างมิดชิด และก็คุณจึงควรพินิจการกระทำของมนุษย์รอบตัวอยู่ตลอดโดยยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่แอบเนียนเข้ามาอยู่ใกล้ๆพวกเรานั่นเอง คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : แพคเกจทัวร์เวียดนาม

4 สถานท่องเที่ยวที่เหมาะสมที่สุดของกรุงฮานอย บอกเลยจำเป็นต้องมาให้ได้!

  ใครกันแน่ที่ต้องการจะมาท่องเที่ยวเวียดนามหรือบางบุคคลบางครั้งอาจจะมากับทัวร์เวียดนาม วันนี้จะมาขอนำเสนอสถานที่น่าท่องเที่ยวในกรุงฮานอยประเทศเวียดนาม ด้วยเหตุว่าบางบุคคลอาจจะไม่รู้ว่ามีที่น่าเที่ยวที่แห่งไหนบ้างในเวียดนามที่น่าไป หรือบางคนบางครั้งก็อาจจะกำลังหาอยู่ว่ามีที่แห่งไหนบ้างนะที่น่าดึงดูดที่ท่องเที่ยว เนื่องจากว่าต้องเข้าใจว่าพวกเราไปเที่ยวทั้งทีก็ต้องการท่องเที่ยวที่สนุกๆใช่ไหมละขา แถมเวลาที่ท่องเที่ยวก็มีไม่กี่วันด้วยฮานอยเป็นเมืองหลวงดั้งเดิมของประเทศเวียดนามที่แก่มากยิ่งกว่าพันปี ฮานอยเป็นเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากที่ยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวที่ติดอกติดใจในเรื่องของสถาปัตยกรรมรวมทั้งรวมทั้งศิลป์วัฒนธรรมแบบดั้งเดิม จะพูดว่าการเดินทางมาฮานอยนั้นสะดวกมากมายๆไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถประจำทางหรือเครื่องบิน ในวันนี้พวกเราจะขอพวกคุณทุกคนไปพบกับสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดของเมืองฮานอยกัน มีอะไรบ้างตามมาเลย1. ป่าช้าโฮจิมินห์ตั้งอยู่กลางจัตุรัสบาสท้วงติงห์ที่เมืองฮานอยแล้วก็เป็นที่ตั้งสุสานของโฮจิมินห์ การจัดตั้งได้รับแรงจูงใจมาจากสุสารของเลนินในกรุงมอสโก แล้วก็ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมของเวียดนาม และที่นี่ยังกล้ามาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ด้านในป่าช้ามีหีบศพแก้วที่เก็บรักษาโฮจิมินห์เอาไว้ใน นั้นก็เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้ทราบจักกับหัวหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเวียดนามนั่นเอง หากผู้ใดกันที่ต้องการมาท่องเที่ยวตรงนี้ก็จำเป็นต้องแต่งกายให้สุภาพอ่อนโยนห้ามพูดคุยเสียงดังและก็ยังห้ามสูบบุหรี่ด้านในรอบๆด้วย แล้วอีกอย่างก็คือห้ามถ่ายรูปและบันทึกวีดีโอเด็ดขาด2. พิพิธภัณฑสถานชาติพันธุ์วิทยาเวียดนามตั้งอยู่ห่างจากเมืองฮานอยโดยประมาณ 8 กิโลเมตรพิพิธภัณฑสถานแห่งนี้ได้แบ่งได้เป็นทั้งหมดทั้งปวง 2 ส่วนส่วนที่ 1 : จะเป็นพิพิธภัณฑสถานแบบปิดซึ่งอยู่ในตัวอาคาร 2 ชั้นด้านในอาคารนั้นจะมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องราวเชื้อชาติของชาวเวียดนาม โดยจะใช้สื่อผสมมีอีกทั้งภาพถ่ายวีดีทัศน์และก็หุ่นส่วนที่ 2 : เป็นพิพิธภัณฑสถานที่โล่งแจ้งที่แสดงบ้านจำลองของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมภายในบ้านได้ แล้วข้างในบ้านจะมีเจ้าหน้าที่รอเตรียมชาไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย3. วิหารวรรณกรรมวันเหมียวที่นี่เป็นอีกแห่งหนึ่งในฮานอยที่ทุกคนไม่ควรจะพลาดเด็ดขาด วัดในวิหารนี้เป็นวัดโบราณที่มีประวัติที่ไปที่มายาวนานเกือบจะพันปี รวมทั้งยังมีสถานะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเวียดนามด้วย จนตราบเท่าปลายศตวรรษที่ 18 ก็ได้ปิดตัวลงและถูกทิ้งให้รกร้าง ปัจจุบันนี้ที่นี่ก็ได้รับการบูรณะปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมขึ้นมาใหม่และกลายเป็นสถานที่ที่เก็บเรื่องราวทางประวัติศาสตร์รวมทั้งการเรียนของเวียดนาม4. โอลด์ควอเตอร์ ย่านเมืองเก่าที่กรุงฮานอยเป็นย่านเมืองเก่าในกรุงฮานอยที่มีเอกลักษณ์แล้วก็บอกถึงความเป็นเวียดนามในแบบเริ่มแรกได้อย่างชัดเจน ตรงนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของชาวต่างชาติที่ชอบบรรยากาศความเก่าแก่หรือแบบเริ่มแรก ตรงนี้จะมีอีกทั้งห้องอาหารประจำถิ่นร้านขายของเก่า แล้วก็ร้านขายร้านค้าเคลื่อนที่ส่วนใหญ่จะขายของที่ต่างกันออกไปในแต่ละตรอก อาทิเช่น เสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องเพชรพลอย งานฝีมือ รวมทั้งฯลฯ

Design a site like this with WordPress.com
Get started