พักผ่อนหย่อนใจกับ มุยเน่ เมืองตากอากาศสุดฮิตของเวียดนาม

  หากว่าจะหาสถานที่ท่องเที่ยวเวียดนามหรือทัวร์เวียดนามในบรรยากาศดีๆละก็ ขอแนะนำ มุยเน่ ริมหาดและทะเลทรายที่ใหญ่เป็นลำดับที่หนึ่งของเอเซียอาคเนย์ แล้วก็ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของเมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งประเทศเวียดนามเลยทีเดียวเมืองมุยเน่เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของชายหาดที่สวยสดงดงามรวมทั้งสงบเงียบ บริเวณชายทะเลนั้นยาวโดยประมาณ 10 กม.แล้วก็ตรงหาดทรายจะเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวเยอะแยะ ประชาชนตรงนี้มีอาชีพหลักสำหรับการทำประมงซึ่งมีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย และก็ที่ทำให้ตรงนี้กลายเป็นบ้านพักอากาศในฝันนั่นก็เนื่องจาก เมืองมุยเน่มีบรรยากาศที่ดี มีบังกะโลมีบังกะโลมาก แล้วก็มีอาหารที่อร่อย และก็มีบรรยากาศสุดโรแมนติกนั่นเอง นั่นจึงทำให้นักเดินทางมากเข้ามาพักเข้ามาท่องเที่ยวกันเยอะแยะ เนื่องจากว่ามีภูมิประเทศที่สะดุดตาแล้วก็ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเล สิ่งที่มีชื่อเสียงและก็มีชื่อเสียงกันมากที่สุดนั่นก็คือเนินทรายที่กระจายตัวอยู่รอบเมืองมุยเน่ ซึ่งจะมีเฉดสีที่แตกต่างกันถึง 18 สีรวมทั้งทะเลทรายที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดก็คือเนินทรายแดงและเนินทรายขาว1. เนินทรายแดงครอบคลุมพื้นที่ราวๆ 50 เอเคอร์ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส เป็นเนินทรายที่มีขนาดใหญ่ยาวตั้งแต่ริมฝั่งสมุทรเข้าไปถึงตัวแผ่นดิน ในขณะที่สมควรในการท่องเที่ยวดูก็คือตอนเวลาเช้าหรือภายหลังจาก 15.00 นเป็นต้นไป ด้วยเหตุว่าปัจจุบันนี้กระแสลมจะไม่แรงรวมทั้งจะไม่เคยทราบสึกร้อนมาก2. เนินทรายขาวอยู่ทางเหนือของเมืองมุยเน่ที่ห่างไปราวๆ 20 กิโลเมตร มีทะเลสาบที่ขนาบกับข้างๆของเนินทรายทำให้มีลวดลายที่งาม ทะเลสาบนี้มีพื้นที่ครอบคลุมมากถึง 70 เอเคอร์ประมาณ 500 เมตรรวมทั้งลึกประมาณ 19 เมตร ข้างในทะเลสาบนั้นเต็มไปด้วยดอกบัวที่มีหลากหลายสีสันน้ำมีความใสสะอาด ถึงขึ้นชื่อว่าทะเลสาบแม้กระนั้นน้ำในทะเลสาบนั้นก็มีความเย็นช่ำเอามากๆและสามารถเช่าเรือพายไปรอบๆสมุทรสาปได้หรือจะเดินเล่นรอบๆรอบทะเลสาบก็ได้เช่นเดียวกันนอกเหนือจากเนินทรายขาวและก็เนินทรายแดงทั้งสองนี้แล้ว เมืองมุยเน่ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย ตัวอย่างเช่น แฟรี่ สตรีม ทรายที่ถูกกัดเซาะโดยลำน้ำเล็กๆจนกระทั่งทำให้เห็นชั้นของทรายที่มีสีต่างกันและก็มีลักษณะที่แปลกตางาม หรือพระราชวังหินที่ผลิตขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 9 เป็นต้นการเดินทาง– นั่งเครื่องบินไปลงที่เมืองโฮจิมินห์– แล้วต่อรถขึ้นรถประจำทางไปยังเมืองมุยเน่– ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมงเสนอแนะว่าจะต้องมีเวลาขั้นต่ำ 2 วัน ในการไปเยือนมุยเน่ เพราะเหตุว่าจะทำให้ได้ท่องเที่ยวแล้วก็สัมผัสกับเมืองมุยเน่ได้อย่างอิ่มอกอิ่มใจเมืองมุยเน่เป็นสถานที่เที่ยวสำหรับผู้ที่ปรารถนามาพักผ่อนหย่อนใจ หรือมาชาร์จไฟให้กับตนเองให้เต็มแล้วกลับไปทำงานใหม่ แถมการมาเที่ยวเมืองเมืองมุยเน่นั้นคุณจะได้มองเห็นความอัศจรรย์ของธรรมชาติที่มีความสวยแล้วก็บรรยากาศดีๆ ที่คุณไม่อาจลืมลง

พักผ่อนหย่อนใจกับ มุยเน่ เมืองตากอากาศสุดฮิตของเวียดนาม

  ถ้าหากจะหาสถานที่ท่องเที่ยวเวียดนามหรือทัวร์เวียดนามในบรรยากาศดีๆละก็ ขอแนะนำ มุยเน่ หาดรวมทั้งทะเลทรายที่ใหญ่เป็นลำดับที่หนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งลือชื่อในเรื่องของเมืองชายทะเลที่โด่งดังแห่งหนึ่งประเทศเวียดนามอย่างยิ่งจริงๆเมืองมุยเน่เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องของชายหาดที่งดงามแล้วก็เงียบสงบ รอบๆริมหาดนั้นยาวราว 10 กิโลเมตรรวมทั้งตรงชายทะเลจะเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวมากมาย ราษฎรตรงนี้มีอาชีพหลักสำหรับการทำประมงซึ่งมีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย รวมทั้งที่ทำให้ตรงนี้กลายเป็นที่พักอากาศในฝันโน่นก็เนื่องจากว่า เมืองมุยเน่มีบรรยากาศที่ดี มีโรงแรมมีเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์มาก และมีอาหารที่อร่อย รวมทั้งมีบรรยากาศสุดโรแมนติกนั่นเอง นั่นก็เลยทำให้นักเดินทางเยอะแยะเข้ามาพักเข้ามาท่องเที่ยวกันจำนวนมาก เนื่องจากว่ามีตำแหน่งที่ตั้งที่เด่นแล้วก็ตั้งอยู่ริมฝั่งสมุทร สิ่งที่เลื่องลือแล้วก็เป็นที่รู้จักกันเยอะที่สุดมันก็คือเนินทรายที่กระจายตัวอยู่รอบเมืองมุยเน่ ซึ่งจะมีเฉดสีที่ต่างกันถึง 18 สีและก็ทะเลทรายที่มีชื่อเสียงสูงที่สุดก็คือเนินทรายแดงและก็เนินทรายขาว1. เนินทรายแดงครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 50 เอเคอร์ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส เป็นเนินทรายที่มีขนาดใหญ่ยาวตั้งแต่ริมฝั่งทะเลเข้าไปถึงตัวแผ่นดิน ในขณะที่สมควรสำหรับเพื่อการเที่ยวชมก็คือตอนเวลาเช้าหรือหลังจาก 15.00 นเป็นต้นไป เพราะว่าเดี๋ยวนี้กระแสลมจะไม่แรงแล้วก็จะไม่รู้เรื่องสึกร้อนมาก2. เนินทรายขาวอยู่ทางด้านเหนือของเมืองมุยเน่ที่ห่างไปประมาณ 20 กิโลเมตร มีทะเลสาบที่ประกบกับด้านข้างของเนินทรายทำให้มีลวดลายที่สวยสดงดงาม ทะเลสาบนี้มีพื้นที่ครอบคลุมสูงถึง 70 เอเคอร์ประมาณ 500 เมตรและก็ลึกโดยประมาณ 19 เมตร ภายในทะเลสาบนั้นเต็มไปด้วยดอกบัวที่มีหลากหลายสีสันน้ำมีความใสสะอาด ถึงขึ้นชื่อว่าทะเลสาบแม้กระนั้นน้ำในทะเลสาบนั้นก็มีความเย็นช่ำเอามากๆแล้วก็สามารถเช่าเรือพายไปรอบๆทะเลสาปได้หรือจะเดินเล่นบริเวณรอบทะเลสาบก็ได้แบบเดียวกันเว้นเสียแต่เนินทรายขาวและเนินทรายแดงทั้งสองนี้แล้ว เมืองมุยเน่ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดอีกเยอะมาก ดังเช่น แฟรี่ สตรีม ทรายที่ถูกกัดกร่อนโดยลำน้ำเล็กๆจนถึงทำให้เห็นชั้นของทรายที่มีสีแตกต่างและมีลักษณะที่แปลกตาสวยสดงดงาม หรือพระราชวังหินที่สร้างขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 9 เป็นต้นการเดินทาง– นั่งเครื่องบินไปลงที่เมืองโฮจิมินห์– แล้วต่อรถขึ้นรถประจำทางไปยังเมืองมุยเน่– ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงชี้แนะว่าจะต้องมีเวลาอย่างต่ำ 2 วัน สำหรับในการไปเยี่ยมมุยเน่ ด้วยเหตุว่าจะก่อให้ได้ท่องเที่ยวรวมทั้งสัมผัสกับเมืองมุยเน่ได้อย่างปลื้มใจเมืองมุยเน่เป็นสถานที่เที่ยวสำหรับผู้ที่ปรารถนามาพักผ่อนหย่อนใจ หรือมาชาร์จไฟให้กับตนเองให้เต็มแล้วกลับไปทำงานใหม่ แถมการมาท่องเที่ยวเมืองเมืองมุยเน่นั้นคุณจะได้มองเห็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่มีความงามแล้วก็บรรยากาศดีๆ ที่คุณไม่อาจลืมลง

เที่ยวประเทศเพื่อนบ้านเวียดนาม ไม่มาไม่ได้แล้ว!

  มาท่องเที่ยวเวียดนามหรือมาคิดแผนท่องเที่ยวกับทัวร์เวียดนาม เวียดนามถือได้ว่าประเทศเพื่อนบ้านกับไทยมานาน เวียดนามมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่ธรรมชาติรวมทั้งงดงาม แล้วยังมีสถานที่เที่ยวที่เป็นมรดกโลกหลายที่ด้วย แถมยังเดินทางสบายด้วยเหตุว่าอยู่ใกล้ๆไทยเราเองอีกด้วย วันนี้เราจึงต้องการมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของเวียดนามกัน ว่ามีที่ใดน่าเที่ยวน่าดึงดูดกันบ้างสถานที่น่าท่องเที่ยวในเวียดนาม1. อุโมงค์กู๋จีอุโมงค์นี้เป็นอุโมงค์ตั้งแต่ยุคสงครามเวียดนามที่ใช้เป็นที่ป้องกันภัยจากระเบิด และเป็นห้องประชุมกองกำลังเวียงกงในยุคที่รบกับสหรัฐอเมริกา ในอุโมงค์นี้ถูกทำขึ้นให้มีชั้นซึ่งในแต่ละชั้นนั้นจะมีระบบกรองอากาศที่ดี นั่นก็เพื่อต้องทำให้ทหารอยู่รอดในนี้ให้ได้ ซึ่งด้านในอุโมงค์นี้จะมีมากมายห้องไม่ว่าจะเป็น ห้องโรงหมอ ห้องประชุม รวมทั้งห้องนอน ชี้แนะว่าถ้าเกิดจะมาท่องเที่ยวเมืองนี้ให้ลองไปดูหนังสั้นที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการศึกเวียดนามก่อน นั่นก็เพื่อจะได้เข้าใจภูมิหลังอุโมงค์นี้มากยิ่งขึ้น2. พระราชวังทังลองพระราชวังแห่งนี้สร้างด้วยหินทั้งปวง เป็นโภคทรัพย์ของราชวงค์ Ho แล้วก็ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1379 แต่ในขณะนี้เหลือแต่องค์ประกอบให้มองเห็นเพียงแค่นั้น แถมที่นี้ยังได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม นั่นก็เพราะเหตุว่าราชวังแห่งนี้เป็นที่เดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังคงเหลืออยู่ แถมราชวังหินยังมีภูมิหลังทางประวัติศาตร์อย่างช้านาน3. เมืองเก่าฮอยอันเมืองเก่าฮอยอันเป็นเมืองขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ริมฝั่งสมุทรจีนใต้ ตรงนี้ชาวบ้านยังคงมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม มีพิพิธภัฌฑ์อยู่หลายแห่งที่ได้จัดถึงภูมิหลังของประวัติศาสตร์และก็วัฒนธรรม นี่นี้ยังมีตึกที่สะท้อนให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมอีกทั้งตะวันตกแล้วก็ตะวันออก ไม่ว่าจะเป็น บ้านแบบจีน สะพานในรูปแบบของญี่ปุ่น แม้กระนั้นในเวลาดึกข้างหลังสี่ทุ่มขึ้นไปที่นี้จะค่อยข้างเงียบ แต่ว่าก็ยังมีร้านเครื่องดื่มเปิดให้บริการอยู่นิกหน่อย ที่สำคัญคนที่นี้ใจดี อัธยาศัยดี และก็มีความเป็นมิตรเอามากๆ4. อ่าวฮาทดลองเป็นสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติที่ยังมีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก จนถึงยูเนสโก้จำต้องชูให้เป็นมรดกโลก อ่าวนี้อยู่ทางตอนเหนือของวียดนามนับว่าอยู่ไม่ห่างจากอาณาเขตของประเทศจีนมากเท่าไรนัก อ่าวฮาลองนี้ก็ยังมีเกาะหินปูนโผล่ขึ้นกระจายทั่วอ่าวที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 1,500 ตารางกิโลเมตร แถมยังได้รับคำชื่นชมมากมายก่ายกองจากนักท่องเที่ยวผู้คนจำนวนมากเลยว่า ที่นี้มีบรรยากาศที่สวยสดงดงามจนเหมือนหลุดออกมาจากหนังอย่างยิ่งจริงๆ5. หลุมฝังศพโฮจิมินห์เป็นสุสานที่ตั้งอยู่เมืองฮานอยที่มีโรงแก้วบรรจุร่างของโฮจิมินห์ หรืออดีตกาลนายกฯและก็ผู้นำที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามอยู่ คนเวียดนามมักจะเรียกชื่อว่าคุณลุงโฮกัน มีแบบสถาปัตยกรรมนั้นได้เอาแบบมาจาก วลาดีมีร์ เลนิน ในประเทศรัสเซีย แล้วก็ในทุกๆปีร่างของคุณลุงโฮจะถูกส่งไปกับสอบความสมบูรณ์ที่รัสเซียด้วย ซึ่งที่นี่เปิดให้มหาชนมาเข้าชมครั้งแรกเมื่อปีพศาสตราจารย์ 1975                  

เที่่ยวเวียดนาม อดออม งบน้อยๆก็ไปได้

  การท่องเที่ยวเวียดนามแปลงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนประเทศไทยไปกันจำนวนมากที่สุด โน่นเพราะว่าอยู่ไม่ไกลมีทัวร์เวียดนามในราคาค่อยกับกระเป๋า แถมค่าครองชีพสำหรับในการรับประทานการเที่ยวก็ไม่หนักจนถึงเกินความจำเป็นอีกด้วย วันนี้เราจะพามาดูสถานที่น่าท่องเที่ยวของเวียดนาม ที่บอกได้เลยว่าต้องถูกอกถูกใจพวกท่านแน่ๆ เอาละมีที่เที่ยวไหนบ้างมาดูกัน1. ดานัง (Danang)เป็นอดีตหมู่บ้านของชาวเรือและก็เป็นเมืองท่าสำคัญ ดานังมีความมากมายของสถานที่ท่องเที่ยวเยอะที่สุดในเวียดนามกึ่งกลาง ด้วยเหตุว่ามีอีกทั้งสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์มีหาดทรายที่ขึ้นชื่อลือนามและมีวิวที่สวยสดงดงาม2. บาน่า ฮิลล์ (BaNa Hill)กาลครั้งหนึ่งตรงนี้เคยเป็นที่พักของนักล่าอาณานิคมชาวฝรั่งเศส ช่วงนี้เดี๋ยวนี้ได้เปลี่ยนมาเป็นโฮเต็ลรวมทั้งเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ถึงที่นี่นั้นจำเป็นจะต้องขึ้นกระเช้าไฟฟ้าและก็กระเช้าไฟฟ้าของตรงนี้มากที่สุดในโลกจึงสามารถมองเห็นป่าน้ำตกแล้วก็สายธารต่างๆได้ แล้วก็ที่เที่ยวสำคัญของที่นี่มันก็คือสะพานที่มีอุ้งมือยักษ์อุ้มสะพานไม้เอาไว้3. ฮอยอัน (Hoi An)สลากกินแบ่งกลั้นหรืออ่านตามสำเนียงของเวียดนามว่าโฮยอาน เป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ทางใจกลางของประเทศเวียดนาม มีเอกลักษณ์ที่ไม่เสมือนตรงไหนในโลกนั่นจึงทำให้เมื่อปี 2542 องค์กรองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติได้ขึ้นทะเบียนตรงนี้ให้เป็นเมืองเก่าที่มีคุณค่าทางด้านวัฒนธรรม ที่มีการประสมประสานศิลปะและก็สถาปัตยกรรมอีกทั้งของเขตแดน และก็ของต่างชาติไว้ได้อย่างมีเอกลักษณ์กระทั่งเปลี่ยนเป็นกลายเป็นมรดกโลก4. ดาลัด (Da Lat)เป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ท่ามกลางช่องเขาและก็มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี อาคารรวมทั้งอาคารของที่นี่ถูกวางแบบในสไตล์ยุโรปมีแม่น้ำอยู่กลางเมือง มีทุ่งดอกไม้หลากหลายสีมีน้ำตกแล้วก็มีลานศิลป์และฯลฯ โน่นจึงทำให้ที่นี่มีบรรยากาศราวกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่มีบรรยากาศที่โรแมนติกไม่แพ้กัน5. เกาะฟูโกว๊ก (Phu Quoc Island)เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ มีทรายชายหาดที่ยาว 7 กิโลเมตร ทรายที่นี่ขาวสะอาดรวมทั้งนุ่มละเอียดมาก แถมประชาชนที่นี่ก็ยังคงใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมอีกด้วย6. ถ้ำฟองญา (Phong Nha Caves)ตั้งอยู่ข้างในอุทยานแห่งชาติฟองญา ในตัวถ้ำอุดมไปด้วยหินปูนที่แก่มากยิ่งกว่า 400 ล้านกว่าปี เป็นภาพที่ได้รับการเชิดชูว่ามีความเป็นที่สุดอยู่ 7 อย่าง คือ– มีน้ำในถ้ำที่ยาวที่สุด– มีปากถ้ำที่กว้างและเยอะที่สุด– มีเนินทรายรวมทั้งหินใต้น้ำที่งามที่สุด– มีทะเลสาบน้ำจืดในถ้ำที่งามที่สุด– มีหินงอกหินย้อยทรงต่างๆที่งามที่สุด– มีลำธารลอดเทือกเขายาวที่สุด– แล้วก็มีถ้ำที่กว้างแล้วก็สวยที่สุด7. ซาปา (Sa Pa)ซาปาเป็นเมืองเล็กๆที่อยู่กึ่งกลางช่องเขาตั้งอยู่บนระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 1650 เมตร ก็เลยทำให้ตรงนี้มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปีรวมทั้งมีอากาศที่ดีเงียบสงบ เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพาครอบครัวมาพัก สมบูรณ์บริบูรณ์ไปด้วยความสวยงามที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติและก็มนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นภูเขาที่ซับซ้อนและหน้าบันไดที่นอนอย่างสวยงามเห็นขนาดนี้แล้วคุณจะไม่อยากไปเที่ยวสักนิดสักหน่อยหรอ การันตีว่าถ้าเกิดคุณได้ไปเวียดนามแล้วละก็ คุณจำเป็นจะต้องชอบใจอย่างไม่ต้องสงสัย  

สิ่งที่ต้องระมัดระวัง เมื่อท่องเที่ยวเวียดนาม

  มีคนเยอะแยะที่เข้าไปท่องเที่ยวเวียดนามหรือบางคนก็อาจจะไปกับทัวร์เวียดนาม ซึ่งนับว่าประเทศนี้เป็นที่นิยมจากคนไทยอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความงดงามทางธรรมชาติและก็สถานที่เที่ยวที่มีเรื่องมีราวราวทางประวัติศาสตร์อยู่มากมาย ถึงเวียดนามจะเป็นเมืองที่มีความสวยงามรวมทั้งน่าท่องเที่ยว แม้กระนั้นจำไว้ว่าไม่ว่าที่ใดก็มีเรื่องที่จำต้องให้ระวังเนื้อระวังตัวอยู่ตลอด ในเวลานี้เราจะมาเอ่ยถึงในเรื่องของสิ่งที่ต้องระมัดระวังเมื่อไปท่องเที่ยวที่เวียดนามข้อระวัง1.รถแท็กซี่ชาวไทยบางครั้งอาจจะเคยได้เห็นบ่อยๆว่าแท็กซี่ในไทยนั้นถูกใจโกงค่าใช้จ่ายสำหรับโดยสาร หรือถูกใจเหลือตังค์ทอนเป็นเศษๆนั้นก็เพื่อได้ฮุบเงิน เรื่องแบบงี้แม้กระทั้งที่เวียดนามก็มีเหมือนกันเนื่องจากว่าคนขับบางบุคคลเมื่อเราถึงที่หมายแล้ว จะทอนเงินไม่ครบและอ้างถึงว่าไม่มีเงินทอน มันก็แปลงเป็นว่าผู้ขับนั้นได้ตังค์แบบสบายๆแต่ว่าในประเด็นนี้พวกเรามีทางแก้อยู่ก็คือต้องซื้อเอาเงินทอนจากคนขับให้ได้ นั่งรออยู่บนรถนั่นแหละนั่นก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเราไม่ยอมให้เขาคดโกง เดี๋ยวสักพักถ้าหากเขาเบื่อหน่ายเขาก็จะถอนเราไปเอง แต่ในกรณีนี้ใช้ได้กับแท็กซี่บางครั้งเพียงแค่นั้น ด้วยเหตุว่าถ้าหากพบคนขับละโมบแถมพูดจาไม่รู้เรื่องอีกก็อาจจะจำต้องทำใจแล้วล่ะ2. ชื้อของ ที่ขึ้นป้ายแจ้งชัดคุณต้องซื้อของที่แพงป้ายติดแจ่มกระจ่างเพื่อเลี่ยงการหลอกลวงราคา เพราะว่าบางทีจ่ายตลาดชิ้นเดียวกันประเภทเดียวกันแล้วยังในร้านค้าเดียวกันอีกแต่ว่าคนขายก็กำหนดราคาแตกต่าง ฉะนั้นอย่าไปซื้อกับร้านค้าที่ไม่มีป้ายติดราคา แต่ว่าถ้าหากเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องอุตสาหะต่อรองราคาให้ลงมากที่สุด3. รับประทานอาหารตรงนี้ ไม่มีน้ำฟรีเกิดเรื่องที่แตกต่างจากบ้านพวกเรา ห้องอาหารทั่วไปในบ้านเรานั้นไม่ว่าจะข้างตอกซอยหน้าหมู่บ้าน หรือส่วนไหนหรือที่ไหนก็ตามจำนวนมากแล้วจะมีบริการดื่มน้ำให้กับลูกค้าอยู่เสมอ แต่ที่เวียดนามนั้นหากไม่สั่งน้ำเขาก็ไม่มาส่งให้ เนื่องจากผู้ที่นี่จำนวนมากนิยมดื่มน้ำชามากกว่านั่นเอง แต่ถ้าเกิดสั่งน้ำทางร้านค้าก็จะเอาน้ำกินมาขายให้เป็นขวด4. ระวังเงินหายไม่ว่าที่ไหนๆก็ย่อมมีมิจฉาชีพ จำต้องบอกนะว่าประเทศเวียดนามนี่ขึ้นชื่อที่ 1 ในเรื่องของมือไวสำหรับในการล้วงเงินนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในย่านชุมชนที่มีคนจอแจก็ยิ่งเป็นจุดที่จะลงมือล้วงกระเป๋าได้อย่างสะดวก โดยเหตุนี้คุณควรต้องเก็บของที่มีค่าไว้ตู้เซฟแรมหรือถ้าจำเป็นที่จะต้องคัดออกมาด้วยข้อควรที่จะเก็บเอาไว้กับตัวให้อยู่ด้านหน้าอย่างมิดชิด และคุณจำเป็นจะต้องพิจารณาการกระทำของผู้คนรอบตัวอยู่เป็นประจำโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่แอบเนียนเข้ามาอยู่ใกล้ๆพวกเรานั่นเอง

เรื่องคุณควรจะรู้ก่อนที่จะไปเที่ยวเวียดนาม

  คนไหนกันกำลังจะไปท่องเที่ยวเวียดนามหรือกำลังจองทัวร์เวียดนามอยู่มาฟังกันทางนี้ก่อน วันนี้พวกเราจะมาพาคุณที่เข้าใจของประเทศเวียดนามก่อนที่คุณจะไปเที่ยวที่นั่น อย่างนั้นก็เพื่อจะได้ท่องเที่ยวกันแบบบันเทิงใจ ยืนยันเลยว่าข้อมูลที่พวกเรากำลังจะให้ท่านนี้จะเป็นประโยชน์แก่คุณแน่ๆเวียดนามจำนวนประชาชน : 90.5 ล้านคนเชื้อชาติ : ชาวเวียดนามถูกแบ่งได้เป็นคนกลุ่มน้อย รวมแล้วประมาณ 53 ชาติด้วยกันสกุลเงินของเวียดนาม : vietnamese dong (VND)เมืองหลวง : ฮานอยภาษาที่ใช้ : ภาษาเวียดนามโซนเวลา : UTC 7นี่เป็นข้อมูลพื้นฐานที่คุณน่าจะรู้และเข้าใจดีแล้วก็เป็นข้อมูลทั่วไปของประเทศเวียดนามร้านอาหารที่แนะนำ1. PHOเป็นร้านค้าสุกี้ที่อร่อยที่สุดจะมีรสชาติคล้ายกับสุกี้บ้านเราเลย มีน้ำซุปและเครื่องเคียงก็จัดจ้าสินจิตใจ บอกเลยว่าใครกันแน่ชอบของกินรสจัดแบบดุเด็ดเผ็ดร้อนก็แนะนำร้านค้านี้เลย2. MANH MIร้านค้าแซนวิชที่อร่อยมากๆและลือชื่อในเรื่องของขนมปังที่มีเนื้อนุ่ม อาหารร้านค้านี้จะก่อให้คุณรู้สึกอิ่มท้องอร่อยต้องใจและก็ราคาย่อมเยากระเป๋าแน่นอน3. BANH KHOTร้านค้านี้บอกเลยว่าคุณห้ามพลาดเด็ดขาด ด้วยเหตุว่ามีทั้งเมนูอร่อยมากมาย มีไฮไลท์พิเศษอย่างแพนขนมเค้กที่ผสมด้วยเนื้อกุ้งแล้วก็ต้นหอม ถ้าหากคุณอยากรู้ว่าแพนเค้กกับกุ้งบวกกับต้นหอมจะมีรสชาติออกมาแบบไหน คุณจะต้องมากินร้านนี้มองเลยค่ะสภาพอากาศในช่วงเดือน พ.ค.-เดือนตุลาคม, เดือนพฤศจิกายน-เดือนเมษายนเวียดนามเหนือ (ฮานอย) 25 องศา – 35 องศา ,11 องศา – 25 องศาเวียดนามกึ่งกลาง (ฮอย อัน) 25 องศา – 35 องศา, 18 องศา – 25 องศาเวียดนามใต้ (โฮจิมินห์) 25 องศา – 35 องศา, 20 องศา – 30 องศาเรื่องที่ไม่สมควรที่จะทำเมื่อไปเที่ยวประเทศเวียดนาม1. ไม่สมควรไปเยี่ยมบ้านคนเวียดนาม โดยไม่แจ้งล่วงหน้าเนื่องจากคนเวียดนามจะรู้สึกอับอายที่ไม่ได้เตรียมตัวหรือจัดของกินต้อนรับแขก2. ไม่สมควรไม่ยอมรับเครื่องดื่มหรืออาหารว่างที่คนเวียดนามจัดไว้ต้อนรับเนื่องจากนับได้ว่าเป็นเรื่องหยาบคายและไม่สุภาพ3. ไม่ควรทานอาหารว่างและเครื่องดื่มระหว่างการสัมมนา ด้วยเหตุว่าจัดว่าเสียมารยาทอย่างยิ่ง ควรรอให้การประชุมสำเร็จก่อน4. ไม่ควรใช้ตะเกียบชี้บุคคลแล้วก็ข้าวของ ในขณะกินอาหาร5. ไม่สมควรยืนเท้าเอว หรือกอดอก ขณะเสวนาเจรจากับบุคคลอื่นเนื่องจากว่าถือเป็นการไม่สุภาพ6. ไม่ควรเสวนาเรื่องศาสนาความเชื่อ การบ้านการเมือง หรือการศึกเวียดนาม7. ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพตึกสถานที่ต่างๆของรัฐบาลในเวียดนาม8. ไม่สมควรมอบของขวัญที่มีสีดำ หรือดอกไม้สีขาว ยกตัวอย่างเช่น ดอกเบญจมาศ ด้วยเหตุว่าเป็นเครื่องหมายของความเสียใจหรืองานฌาปนกิจศพ9. ไม่ควรมอบสิ่งของมีคมต่างๆยกตัวอย่างเช่น มีดหรือกรรไกร เนื่องจากคนเวียดนามถือได้ว่าเป็นการตัดสายสัมพันธ์อันดีแก่กัน10. ไม่สมควรยื่นข้าวของหรือสนทนาข้ามศีรษะบุคคลอื่น ถือเป็นการเสียมารยาทนี่ก็เป็นข้อมูลนิดๆหน่อยๆที่คุณควรจะทราบเกี่ยวกับประเทศเวียดนามก่อนที่จะไปเที่ยวที่นั่น เวียดนามนับเป็นอีกประเทศหนึ่งที่น่าท่องเที่ยวไม่แพ้ประเทศมีไหนๆเลย แถมยังมีบรรยากาศที่ดีแล้วก็ที่สำคัญใช้งบประมาณสำหรับการไปท่องเที่ยวแบบสบายกระเป๋า กำลังจะออกเดินทางไปเที่ยวเวียดนามและก็ขอให้คุณเที่ยวอย่างสนุกสนาน แล้วอย่าลืมเล่าเรียนข้อมูลก่อนที่จะไปเที่ยวที่ดีนะขา

ท่องเที่ยว ฮอยอัน เมืองมรดกโลกที่คุณห้ามพลาด!!

  มีคนไหนกันแน่อยากจะมาท่องเที่ยวเวียดนามกันบ้างยกมือขึ้น!! ไม่ว่าใครจะมาท่องเที่ยวผู้เดียวหรือมาเที่ยวกับทัวร์เวียดนาม วันนี้เรามีเมืองเมืองหนึ่งของเวียดนามที่เป็นมรดกโลก ที่อยากจะมาเสนอแนะให้สหายๆได้ลองเที่ยวมอง นั่นก็คือ “ฮอยอัน” ที่เป็นเมืองมรดกโลกด้านวัฒนธรรม พูดได้เต็มปสกเลยว่าเป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์จริงๆไม่ว่าจะเป็นตึกเก่าสไตล์วัวโลเนียลหรือวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายของคนกรุงก็ตาม วันนี้พวกเราได้เก็บรวบรวมสถานที่เที่ยวที่น่าเที่ยวน่าดึงดูดในฮอยอัน ที่หากคุณไปเมืองนี้แล้วยืนยันว่าคุณจำเป็นจะต้องต้องการไปอีกเป็นครั้งที่สองแน่ที่น่าท่องเที่ยวในเมืองฮอยอัน1. สะพานประเทศญี่ปุ่นเป็นสะพานผ่านคลองที่แบ่งเขตชุมชนระหว่างคนญี่ปุ่นคนจีน กล่าวได้ว่าเป็นสะพานที่เชื่อมเขตชุมชนระหว่างชาวจีนรวมทั้งชาวญี่ปุ่นซึ่งสามารถไปมาหาสู่กันเพื่อทำการค้าขาย ความสวยสดงดงามของสะพานแห่งนี้ก็คือมีหลังคาอยู่ด้านบนแล้วก็มีรูปปั้นสุนัขแล้วก็ดินอยู่ที่เชิงสะพาน คนใดที่มาที่นี่จะพบเห็นบ้านเมืองสไตล์ประเทศญี่ปุ่นแท้ๆและมีร้านขายของสวยๆให้ได้เลือกซื้อของกันอย่างเพลิน2. สมาคมฟุกเกี๋ยนตรงนี้มีสถาปัตยกรรมที่หรูหราของชมรมจีนที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาชมรมจีนอีก 5 แห่งในเมืองฮอยอัน เป็นศูนย์ของคนจีนที่อพยพมาจากที่อื่น ข้อดีและก็ความสวยงามของสโมสรฟุกเกี๋ยนอยู่ที่อาคารไม้แกะสลักรอบบริเวณเต็มไปด้วยร้านขายของที่ทำด้วยมือ ตัวอย่างเช่น งานแกะสลัก โคมผ้าไหม และภาพวาดที่สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวฮอยอัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถซื้อกลับไปเป็นที่ระลึกได้ นั่นเอง3. สมาคมชาวจีนกวางตุ้งเป็นสถานที่ที่ชาวจีนสร้างไว้เพื่อพบปะสนทนาสังสรรค์รวมถึงใช้เป็นหิ้งบูชาบรรพบุรุษของตัวเองด้วย สถาปัตยกรรมของอาคารนั้นตกแต่งเป็นด้วยรูปปั้นมังกรและก็สิงโตที่ประดับประดาตามซุ้มประตูต่างๆแล้วก็รอบรอบๆน้ำพุ ข้างในตึกมีแท่นบูชาที่อุทิศให้กับนายพล Quan Cong ซึ่งเป็นหวานใจรวมทั้งเป็นที่เชื่อถือในยุคสามก๊ก แล้วก็ทำเพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งความภักดีความซื่อตรงและความเป็นธรรม4. บ้านเลขที่ 101บนถนนเส้นนี้มีบ้านให้เลือกเข้าชมอยู่ 3 หลังแม้กระนั้นที่พลาดไม่ได้เลยก็คือบ้านเลขที่ 101 ซึ่งเป็นบ้านประจำเครือญาติของ Tan Ky บ้านแห่งนี้มีความโดดเด่นตรงที่อีกทั้งบ้านนั้นเป็นไม้ทั้งยังหลังและไม่มีหน้าต่าง เหนือบานประตูจะมีสัญลักษณ์หยินหยาง จะมีการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนได้อย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ ห้องสมุด ห้องรับแขก รวมทั้งห้องครัวคืออะไรกันบ้างกับสถานที่เที่ยวฮอยอันที่เป็นเมืองแห่งมรดกของโลก ซึ่งในฮอยอันนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวในสมัยก่อนทางประวัติศาสตร์แล้วก็สถาปัตยกรรมที่ยังมีชีวว่ากล่าวอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถานบ้านช่องหรือแม้กระทั่งผู้คนที่ยังอาศัยอยู่ที่นี่ ไม่แปลกใจเลยว่าเพราะอะไรที่นี่ถึงได้รับฉายานามว่าเป็นเมืองมรดกโลกที่ยังมีลมหายใจ

เรื่องคุณควรจะรู้ก่อนที่จะท่องเที่ยวเวียดนาม

  ใครกันแน่กำลังจะไปท่องเที่ยวเวียดนามหรือกำลังจองทัวร์เวียดนามอยู่มาฟังกันทางนี้ก่อน วันนี้พวกเราจะมาพาคุณที่เข้าใจของประเทศเวียดนามก่อนที่คุณจะท่องเที่ยวตรงนั้น ถ้าอย่างนั้นก็เพื่อจะได้ไปเที่ยวกันแบบสนุกสนาน รับประกันเลยว่าข้อมูลที่เรากำลังจะให้ท่านนี้จะเป็นประโยชน์แก่คุณแน่ๆเวียดนามจำนวนสามัญชน : 90.5 ล้านคนเชื้อชาติ : ชาวเวียดนามถูกแบ่งได้เป็นชนกลุ่มน้อย รวมแล้วราว 53 ชาติร่วมกันสกุลเงินของเวียดนาม : vietnamese dong (VND)เมืองหลวง : ฮานอยภาษาที่ใช้ : ภาษาเวียดนามโซนเวลา : UTC 7นี่เป็นข้อมูลพื้นฐานที่คุณควรจะเข้าใจแล้วก็เป็นข้อมูลทั่วไปของประเทศเวียดนามร้านอาหารที่ชี้แนะ1. PHOเป็นร้านค้าสุกี้ที่อร่อยที่สุดจะมีรสชาติคล้ายๆกับสุกี้บ้านพวกเราเลย มีน้ำซุปและเครื่องแนมก็จัดจ้านสินใจ บอกเลยว่าคนใดชอบอาหารรสจัดแบบเผ็ดร้อนรุนแรงก็แนะนำร้านค้านี้เลย2. MANH MIร้านแซนวิชที่อร่อยมากๆและก็ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของขนมปังที่มีเนื้อนุ่ม อาหารร้านนี้จะทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้องอร่อยโดนใจและราคาย่อมเยากระเป๋าแน่ๆ3. BANH KHOTร้านค้านี้บอกเลยว่าคุณห้ามพลาดเด็ดขาด ด้วยเหตุว่ามีทั้งยังรายการอาหารอร่อยมากมาย มีไฮไลท์พิเศษอย่างแพนขนมเค้กที่ประสมประสานด้วยเนื้อกุ้งรวมทั้งต้นหอม ถ้าเกิดคุณอยากรู้ว่าแพนเค้กกับกุ้งบวกกับต้นหอมจะมีรสชาติออกมาแบบไหน คุณจะต้องมากินร้านนี้ดูเลยจ้ะลักษณะอากาศในช่วงเดือน พฤษภาคม-ต.ค., พฤศจิกายน-ม.ย.เวียดนามเหนือ (ฮานอย) 25 องศา – 35 องศา ,11 องศา – 25 องศาเวียดนามกลาง (ฮอย อัน) 25 องศา – 35 องศา, 18 องศา – 25 องศาเวียดนามใต้ (โฮจิมินห์) 25 องศา – 35 องศา, 20 องศา – 30 องศาเรื่องที่ไม่สมควรที่จะกระทำเมื่อท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม1. ไม่ควรไปเยี่ยมบ้านคนเวียดนาม โดยไม่แจ้งล่วงหน้าด้วยเหตุว่าคนเวียดนามจะรู้สึกเสียหน้าที่มิได้เตรียมพร้อมหรือจัดของกินต้อนรับแขก2. ไม่ควรไม่ยอมรับเครื่องดื่มหรือของว่างที่คนเวียดนามจัดไว้ต้อนรับเนื่องจากถือว่าเป็นเรื่องไม่สุภาพและไม่สุภาพอ่อนโยน3. ไม่ควรกินอาหารว่างและเครื่องดื่มระหว่างการสัมมนา เนื่องจากว่าถือว่าเสียมารยาทเป็นอันมาก ควรจะรอคอยให้การประชุมเสร็จสิ้นก่อน4. ไม่ควรใช้ตะเกียบชี้บุคคลและก็สิ่งของ ในขณะรับประทานอาหาร5. ไม่ควรยืนเท้าเอว หรือกอดอก ขณะคุยสนทนากับบุคคลอื่นด้วยเหตุว่าถือเป็นการไม่สุภาพ6. ไม่สมควรสนทนาเรื่องศาสนาความเชื่อ การเมือง หรือการรบเวียดนาม7. ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปตึกสถานที่ต่างๆของรัฐบาลในเวียดนาม8. ไม่ควรให้ของขวัญที่มีสีดำ หรือดอกไม้สีขาว เช่น ดอกต้นเบญจมาศ เพราะว่าเป็นเครื่องหมายของความเศร้าโศกหรืองานศพ9. ไม่ควรมอบข้าวของมีคมต่างๆอย่างเช่น มีดหรือกรรไกร เพราะคนเวียดนามถือได้ว่าเป็นการตัดไมตรีอันดีแก่กัน10. ไม่สมควรยื่นข้าวของหรือพูดคุยผ่านศีรษะบุคคลอื่น ถือได้ว่าเป็นการเสียมารยาทนี่ก็เป็นข้อมูลนิดๆหน่อยๆที่คุณควรจะทราบเกี่ยวกับประเทศเวียดนามก่อนที่จะท่องเที่ยวตรงนั้น เวียดนามนับเป็นอีกประเทศหนึ่งที่น่าท่องเที่ยวไม่แพ้ประเทศมีไหนๆเลย แถมยังมีบรรยากาศที่ดีและก็ที่สำคัญใช้งบประมาณสำหรับในการไปท่องเที่ยวแบบสบายกระเป๋า กำลังจะออกเดินทางไปเที่ยวเวียดนามและจากนั้นก็ขอให้คุณท่องเที่ยวอย่างสนุก แล้วอย่าลืมเล่าเรียนข้อมูลก่อนจะไปเที่ยวที่ดีนะขา

สิ่งที่ต้องระวัง เมื่อไปเที่ยวเวียดนาม

  มีคนจำนวนมากที่เข้าไปท่องเที่ยวเวียดนามหรือบางคนก็อาจจะไปกับทัวร์เวียดนาม ซึ่งนับว่าประเทศนี้ได้รับความนิยมจากคนไทยอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความสวยสดงดงามทางธรรมชาติและก็สถานที่ท่องเที่ยวที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อยู่มากมาย ถึงเวียดนามจะเป็นเมืองที่มีความงามและก็น่าท่องเที่ยว แต่ว่าจดจำไว้ว่าไม่ว่าตรงไหนก็มีเรื่องมีราวที่จำต้องให้ระวังเนื้อระวังตัวอยู่เป็นประจำ ขณะนี้พวกเราจะมาพูดถึงในเรื่องของสิ่งที่ต้องระมัดระวังเมื่อไปท่องเที่ยวที่เวียดนามข้อระวัง1.รถแท็กซี่คนไทยบางทีอาจจะเคยได้เห็นเป็นประจำว่าแท็กซี่ในไทยนั้นถูกใจโกงค่าโดยสาร หรือถูกใจเหลือตังค์ทอนเป็นเศษๆนั้นก็เพื่อได้ฮุบเงิน เรื่องอย่างนี้แม้กระทั้งที่เวียดนามก็มีเช่นเดียวกันเพราะว่าคนขับบางคนเมื่อพวกเราถึงที่หมายแล้ว จะทอนเงินไม่ครบแล้วก็อ้างถึงว่าขาดเงินทอน มันก็แปลงเป็นว่าคนขับนั้นได้ตังค์แบบสบายๆแม้กระนั้นในเรื่องนี้เรามีแนวทางแก้อยู่ก็คือจะต้องซื้อเอาเงินทอนจากคนขับให้ได้ นั่งรออยู่บนรถยนต์นั่นแหละโน่นก็เพื่อทำให้เห็นว่าเราไม่ยอมให้เขาคดโกง ประเดี๋ยวสักพักถ้าเขาเบื่อหน่ายเขาก็จะถอนพวกเราไปเอง แต่ว่าในกรณีนี้ใช้ได้กับแท็กซี่บางครั้งแค่นั้น เพราะเหตุว่าถ้าพบคนขับขี้งกแถมพูดจาไม่รู้เรื่องอีกก็อาจจะต้องทำใจแล้วล่ะ2. ชื้อของ ที่ติดป้ายเด่นชัดคุณจำเป็นต้องซื้อของที่มีราคาป้ายติดชัดเจนเพื่อหลบหลีกการคดโกงราคา เพราะเหตุว่าบางคราวซื้อของชิ้นเดียวกันประเภทเดียวกันแล้วยังในร้านค้าเดียวกันอีกแต่คนขายก็กำหนดราคาไม่เหมือนกัน โดยเหตุนี้อย่าไปซื้อกับร้านที่ไม่มีป้ายติดราคา แม้กระนั้นถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องเพียรพยายามต่อราคาให้ลงมากที่สุด3. รับประทานอาหารที่นี่ ไม่มีน้ำฟรีเกิดเรื่องที่ต่างจากบ้านพวกเรา ห้องอาหารทั่วไปในบ้านพวกเรานั้นไม่ว่าจะข้างตอกตรอกหน้าหมู่บ้าน หรือส่วนไหนหรือที่ไหนก็แล้วแต่จำนวนมากแล้วจะมีบริการกินน้ำให้กับลูกค้าอยู่เสมอ แต่ที่เวียดนามนั้นหากว่าไม่สั่งน้ำเขาก็ไม่มาส่งให้ เพราะเหตุว่าผู้ที่นี่ส่วนมากนิยมดื่มน้ำชามากกว่านั่นเอง แต่ว่าถ้าหากสั่งน้ำดื่มทางร้านก็จะเอาน้ำเปล่ามาขายให้เป็นขวด4. ระวังเงินหายไม่ว่าที่ไหนๆก็ย่อมมีมิจฉาชีพ จำต้องบอกนะว่าประเทศเวียดนามนี่ขึ้นชื่อลือนามที่ 1 ในเรื่องของมือไวสำหรับการล้วงทรัพย์สินนักเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านชุมชนที่มีคนคนเยอะก็ยิ่งเป็นจุดที่จะลงมือล้วงกระเป๋าได้อย่างสะดวก ด้วยเหตุดังกล่าวคุณจะต้องเก็บของที่มีค่าไว้ตู้เซฟแรมหรือถ้าจะต้องเอาออกมาด้วยข้อควรจะเก็บไว้กับตัวให้อยู่ข้างหน้าอย่างมิดชิด และคุณจำเป็นที่จะต้องดูการกระทำของมนุษย์รอบข้างอยู่เสมอโดยยิ่งไปกว่านั้นคนที่แอบเนียนเข้ามาอยู่ใกล้ๆพวกเรานั่นเอง

พักผ่อนหย่อนใจกับ มุยเน่ เมืองตากอากาศสุดฮิตของเวียดนาม

  ถ้าเกิดจะหาสถานที่ท่องเที่ยวเวียดนามหรือทัวร์เวียดนามในบรรยากาศดีๆละก็ ขอเสนอแนะ มุยเน่ ริมหาดและทะเลทรายที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของเอเซียอาคเนย์ และขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของเมืองชายทะเลที่โด่งดังแห่งหนึ่งประเทศเวียดนามเลยทีเดียวเมืองมุยเน่เป็นเมืองที่เป็นที่รู้จักในเรื่องของชายหาดที่สวยสดงดงามแล้วก็เงียบสงบ รอบๆริมทะเลนั้นยาวราวๆ 10 กิโลเมตรรวมทั้งตรงริมหาดจะเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวเยอะมาก ราษฎรที่นี่มีอาชีพหลักสำหรับเพื่อการทำประมงซึ่งมีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย และที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นบ้านพักอากาศในฝันโน่นเพราะว่า เมืองมุยเน่มีบรรยากาศที่ดี มีรีสอร์ทมีรีสอร์ทมาก และก็มีอาหารที่อร่อย แล้วก็มีบรรยากาศสุดโรแมนติกนั่นเอง นั่นก็เลยทำให้นักท่องเที่ยวมากมายเข้ามาพักเข้ามาเที่ยวกันมาก เนื่องจากว่ามีทำเลที่ตั้งที่โดดเด่นและก็ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเล สิ่งที่มีชื่อเสียงรวมทั้งเป็นที่รู้จักกันสูงที่สุดซึ่งก็คือเนินทรายที่กระจายตัวอยู่รอบเมืองมุยเน่ ซึ่งจะมีเฉดสีที่ต่างกันถึง 18 สีและทะเลทรายที่เป็นที่รู้จักเยอะที่สุดก็คือเนินทรายแดงแล้วก็เนินทรายขาว1. เนินทรายแดงครอบคลุมพื้นที่ราวๆ 50 เอเคอร์ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส เป็นเนินทรายที่มีขนาดใหญ่ยาวตั้งแต่ริมฝั่งสมุทรเข้าไปถึงตัวแผ่นดิน ตอนที่เหมาะสมในการเที่ยวดูก็คือช่วงเช้าหรือภายหลัง 15.00 นเป็นต้นไป เนื่องจากว่าตอนนี้กระแสลมจะไม่แรงและก็จะไม่รู้เรื่องสึกร้อนจัด2. เนินทรายขาวอยู่ทางด้านเหนือของเมืองมุยเน่ที่ห่างไปราว 20 กิโล มีทะเลสาบที่ประชิดกับข้างๆของเนินทรายทำให้มีลวดลายที่งาม ทะเลสาบนี้มีพื้นที่ครอบคลุมมากถึง 70 เอเคอร์ราว 500 เมตรและก็ลึกราว 19 เมตร ข้างในทะเลสาบนั้นเต็มไปด้วยดอกบัวที่มีนานัปการสีสันน้ำมีความใสสะอาด ถึงขึ้นชื่อว่าทะเลสาบแม้กระนั้นน้ำในทะเลสาบนั้นก็มีความเย็นช่ำเอามากๆและก็สามารถเช่าเรือพายไปรอบๆทะเลสาปได้หรือจะเดินเล่นบริเวณรอบทะเลสาบก็ได้เช่นกันนอกจากเนินทรายขาวรวมทั้งเนินทรายแดงทั้งคู่นี้แล้ว เมืองมุยเน่ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย ดังเช่น แฟรี่ สตรีม ทรายที่ถูกกัดกร่อนโดยลำธารเล็กๆจนทำให้เห็นชั้นของทรายที่มีสีแตกต่างและก็มีลักษณะที่ประหลาดตาสวยสดงดงาม หรือปราสาทหินที่สร้างขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 9 เป็นต้นการเดินทาง– นั่งเครื่องบินไปลงที่เมืองโฮจิมินห์– แล้วต่อรถโดยสารประจำทางไปยังเมืองมุยเน่– ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมงแนะนำว่าจะต้องมีเวลาอย่างต่ำ 2 วัน สำหรับในการไปเยือนมุยเน่ เพราะว่าจะทำให้ได้ท่องเที่ยวรวมทั้งสัมผัสกับเมืองมุยเน่ได้อย่างอิ่มอกอิ่มใจเมืองมุยเน่เป็นสถานที่เที่ยวสำหรับคนที่ต้องการมาพักผ่อนหย่อนใจ หรือมาชาร์จแบตให้กับตัวเองให้เต็มแล้วกลับไปทำงานใหม่ แถมการมาท่องเที่ยวเมืองเมืองมุยเน่นั้นคุณจะได้เห็นความอัศจรรย์ของธรรมชาติที่มีความสวยและก็บรรยากาศดีๆ ที่คุณไม่อาจลืมลง คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : แพคเกจทัวร์เวียดนาม

Design a site like this with WordPress.com
Get started